[BT] ความรู้สึกของผู้รับ

posted on 28 Apr 2013 08:40 by amina-diario in Daily-LIFE directory Fiction
 
 
 
 
 

 

(ไม่ได้อัพนานเกิน /น้ำตาไหย ดองฟิคไว้เต็มกระปุก) 
 
 
ฉันเขียนตอบแล้วนะ /สะบัดผมคูลๆ
 
 
.
 
 
 
 
ตอนเช้า
 
 
มีจดหมายฉบับหนึ่งและกล่องของขวัญเล็กๆจากคุณอีวาน ถูกส่งมาถึงมือ
คุณพ่อผู้อยู่ในเหตุการณ์ถามว่า จดหมายจากผู้หญิงหรือผู้ชาย?
ฉันยิ้มขำให้ท่านนิดหน่อยกับปฏิกิริยานี้ ก่อนจะตอบไปตามความจริง
 
ดูสิคุณพ่อใจดีซึมลงในทันใด... แล้วยังบอกอีกว่า
 
' พ่อยังไม่อนุญาตให้คบกับใครนะ!! '
' ค่าๆ.. แต่นี่มันจดหมายจากเพื่อนนะคะคุณพ่อ '
' ไม่รู้ละ! พ่อหนุ่มคนไหนจะเข้ามา ต้องผ่านพ่อไปก่อน! '
 
ฉันส่ายหน้า อดขำให้กับภาพตรงหน้าไม่ได้
ปล่อยลูกสาวไว้ตั้งนาน กลับมาทีกลายเป็นคุณพ่อหวงลูกสาวไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
 
ฉันเรียกคุณแม่ให้มาช่วยทำให้คุณพ่อสงบสติอารมณ์หน่อย
ไม่อย่างนั้นแกคงได้นั่งซึมไปทั้งวันแหงๆ
 
 
.
 
 
ฉันหยิบจดหมาย พร้อมกล่องของขวัญกล่องเล็กขึ้นไปบนห้อง
ว่าไปก็ไม่ค่อยได้รับจดหมายมาพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่ตอนมีอินเตอร์เนตในบลอดเวนนี่ละ
 
แต่มีหรือไม่มีก็ไม่ค่อยมีผลกับฉันเท่าไหร่นัก ... ก็ฉันไม่ค่อยถูกโรคกับเทคโนโลยีเท่าไหร่นี่นา
ที่ผ่านมาใช้ระบบแมนนวลมาตลอด จะให้หันมาใช้ระบบอัติโนมัติก็กระไรอยู่ 
ถึงมันจะทำให้สะดวกสบายมากขึ้นก็เถอะ
 
ฉันหยิบกรรไกรในลิ้นชัก มาตัดด้านข้างซองจดหมาย 
ก่อนจะดึงจดหมายออกมาคลี่อ่านอย่างตั้งใจ
 
 
.
 
.
 
 
ความอบอุ่น อ่อนหวานลอยมาปะทะใบหน้าเมื่ออ่านจบ
คุณเดวิดคะ... เล่นมาไม้นี้ ทำเอาคนอ่านไปต่อไม่ถูกเลยนะเนี่ย
ฉันยิ้มให้จดหมายนิดหน่อย ก่อนจะเก็บลงซองตามเดิม
 
ไหนๆ? คุณกระต่าย อยากเห็นหน้าแล้ว
 
ฉันค่อยๆเปิดกล่องเล็กอย่างเบามือ..ได้พักเดียว ก็ต้องใช้แรงงัดออกมา(...)
ภายในกล่องมีจี้ห้อยคอรูปคุณกระต่าย นอนเรียบร้อย สงบอยู่
ปกติฉันไม่ค่อยชอบรับของจากคนอื่นเท่าไหร่ เพราะมันทำให้รู้สึกเกรงใจ
และคิดว่าต้องตอบแทน.. แน่นอนว่า หมายถึงเรื่องอื่นๆด้วย
 
แต่ครั้งนี้จะอนุโลมให้เป็นกรณีพิเศษแล้วกัน
เดี๋ยวคุณเพื่อนผู้แสนดีคนนี้จะเสียใจไปซะก่อนถ้าพบว่าของถูกตีกลับ
 
 
.
 
 
พอมานั่งคิดดู ตอนนี้รู้สึกเหมือน - โดนเข้าให้แล้ว - 
พอนับเวลา ถึงได้รู้ว่าผ่านไปแล้วสี่ปีเลยเหรอเนี่ย ไวจัง
เคยแต่พุ่งชนเขา มาตอนนี้กลายเป็นถูกเขาพุ่งชนแทน
เพราะเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย ถึงได้บอกให้ตัดใจ 
ไม่อย่างนั้นมันคงเรื้อรังจนบานปลาย.. 
 
.
 
ฉันเข้าใจความรู้สึกนี้ดี.. เพราะเวลามันทำให้คิด 
ว่าบางครั้งสิ่งที่ตัวเองคิดก็ไม่ว่าจะดี หรือถูกต้องเสมอไป
...ตอนนั้นเขาคนนั้นจะลำบากใจมั้ยเนี่ย?
 
คิดแล้วก็หัวเราะให้กับเรื่องราวที่ผ่านไป
เพราะได้คบ ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่.. การเดินทาง และวันเวลา
ทำให้ฉันเริ่มถอยหลัง กลับมาคิดทบทวนตัวเองให้มากขึ้น
ว่าการติดสินใจที่ผ่านไปนั้น มัน ' ใช่ ' สำหรับฉันรึเปล่า?
ฉันไม่ได้กำลัง ' ฝืน ' ตัวเองอยู่ใช่ไหม?
 
นั่นแหละ.. ถึงได้เป็นคำตอบให้ปัจจุบัน 
ให้ฉันได้เดินมาข้างหน้าอีกก้าว หลังจากยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
 
แต่การกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม มันก็ไม่เลวนะ?
แถมรู้สึกสบายใจกว่าอีกสถานะหนึ่งด้วยซ้ำ 
(ถึงตอนนั้นจะคิดมากจนร้องไห้เป็นลิตรก็เถอะ)
 
ยังไง นี่ก็เป็นตอบที่ดีที่สุดที่ฉันให้กับตัวเองได้ ณ ตอนนั้น จริงๆ
 
 
 
 
อืม.. ควรกลับมาที่เรื่องจดหมาย?
 
สำหรับฉัน การให้โอกาส ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองไม่มีคำว่า ' โอกาส ' จะมอบให้
มันไม่ใช่หนทางที่ยุติธรรม หรือดีสำหรับใครๆเลย 
 
โอกาส มันมาพร้อมกับความคาดหวัง ซึ่งฉันยังไม่พร้อมที่จะแบกรับความหวังของใคร
การปฏิเสธ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และแฟร์ที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
 
...แต่ก็ไม่คิดว่าทางนั้นก็ทำเหมือนกับตัวฉันเมื่อสี่ปีก่อน
หลักการ(?)ที่ว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก อาจจะใช้กับคนอื่นได้
แต่คงใช้กับฉันไม่ได้หรอกนะ คิดแล้วก็หลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง
 
คำว่า มาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับง่ายๆนะ?
 
ถึงในจดหมายจะเขียนให้เห็นกันชัดๆ ว่ามาจากเพื่อนก็เถอะ
แต่เพื่อนที่ไหน เค้าย้ำสถานะตัวเองกันบ่อยขนาดนี้ละคะ?
 
แถมมาจบท้ายจดหมายด้วย ' ความสุขของคุณก็คือความสุขของผมเหมือนกัน '
 
ถึงคนอ่านจะซื่อแค่ไหน แต่เรื่องแค่นี้ถ้าไม่รู้ก็แปลกแล้วค่ะ
 
 
.
 
 
ฉันนั่งเท้าคางมองจดหมาย และกล่องของขวัญบนโต๊ะ
ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบกระดาษเขียนจดหมายสีครีม และปากกาในลิ้นชักออกมา
 
ไม่ได้เขียนจดหมายมานาน ทำให้รู้สึกตื้อไปอยู่พักหนึ่ง
เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี?...
 
แต่ไม่ว่าจะเริ่มจากตรงไหน
ท้ายที่สุด ฉันคงต้องขอใส่ ปล. ไว้นิดหน่อย
 
' กำแพงหนาๆ พุ่งชนมาก มันก็ยิ่งเจ็บมาก และทำร้ายตัวเองมาก
 การเปลี่ยนใจไปชนกำแพงอื่นที่บางกว่า ...บางทีมันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะคะ? '
 
 
ถึงปกติฉันจะเป็นคนขี้ใจอ่อน แต่ครั้งนี้ขอทำตัวเป็นคุณยักษ์ใจร้ายบ้างก็คงไม่ผิดเนาะ?
 
 
.
 
 
.
 
 
 
- - - - -
 
 
แต่งจบในหนึ่งชม.ครึ่ง ก่อนวิ่งไปอาบน้ำ orz (และนั่งอัพอีกครึ่งชม. /ดราม่า)
หกโมงครึ่ง ถึงแปดโมงเช้า ท้องฟ้าแจ่มใส จดหมายฉบับจริงยังไม่ได้เขียน เย้
(ไม่รู้จะได้เขียนมั้ย /ซับแปป)  แต่เรื่องมาก่อนแล้ว 55555
 
สุดท้ายนี้อยากจะบอกกับเธอว่า อาร์มไม่ได้ลำบากใจหรอก
เพราะเข้าใจ ถึงเข้าใจถึงได้ยังคงนิ่งเฉยแบบนี้ไงละ :-P
/โดนฆ่า O<<
 
 
.
 
.
 
ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ :)
ลูกสาวคนนี้อาจจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่สำหรับเราคือเพราะแกโตขึ้น ถึงได้เป็นแบบนี้ค่ะ
 
อาจจะทำให้บางคนผิดหวัง แต่เราก็ชอบที่อาร์มเป็นแบบนี้นะ!