[BT] Before Valentine - Love is…?#2(END)
posted on 14 Feb 2009 21:30 by amina-diario in Festival
*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Blodwen ใครไม่รู้จิ้มเลยค่ะ
.
.
ใครยังไม่ได้อ่านเกริ่น แนะนำให้ไปอ่านก่อนนะคะ
[BT] Before Valentine - Love is…?#1
หมายเหตุตัวไม่โต
ตอนนี้ส่วนใหญ่มีแต่น้ำ ถ้าอยากอ่านเนื้อ กด Ctrl+a รอบนึง เห็นแล้วกด Ctrl+f พิมพ์ เขาคนนั้น
คุณจะได้เจอเรื่องหลักค่ะ (ฮา มันอยู่ท้ายมาก... อา พูดให้ถูกคือท้ายสุดสินะ.. orz''')
อนึ่ง... มันคือ Daily Life ในวันที่ 13 ดีๆนี่เอง...
และ.. ถ้าดูจากแถบ Scroll Bar คุณจะรู้ว่า มันยาวพระเจ้าช่วยมากค่ะ!!
ถึงไม่อ่านหมด มันก็รู้เรื่อง!! เพราะมันเป็นการพาทัวร์เมือง!
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Before Valentine - Love is…? #2(END)
.
.
ติ๊ก
.
ติ๊ก
.
ติ๊ก
.
“กริ๊......กริ๊ก”
“...เช้าแล้ว” ฉันยิ้มอารมณ์ดีเอื้อมมือกดปิดนาฬิกาปลุกรูปกระต่ายน้อยสีขาว หลังจากนอนตะแคงในผ้าห่มผืนใหญ่ มองมันอยู่ประมาณ 5 นาทีก่อนมันจะส่งเสียงเตือน ลุกขึ้นจากเตียง บิดไล่ความขี้เกียจเล็กน้อย แล้วจึงเดินไปยังโต๊ะไม้ริมหน้าต่างเพื่อทักทายตุ๊กตาตัวน้อยรับอรุณ จากนั้นก็ไปอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว ลงบันไดมายังชั้นล่างเพื่อต้มมาม่ากิน ดีนะที่แค่ต้มน้ำร้อนใส่ เพราะถ้ามากกว่านั้น คงไม่แคล้วว่าฉันจะได้สร้างควันโขมงให้ครัวอีกเป็นแน่
นาฬิกาตั้งโต๊ะดังเตือนบอกเวลา 6 นาฬิกา ฉันจัดการภารกิจส่วนตัวทุกอย่างเรียบร้อย เดินไปหยิบผักบุ้ง กับ แครอทหัวเล็กในครัว และออกประตูหลัง ไปยังเรือนกระจกขนาดย่อม ซึ่งมีดอกไม้ปลูกอยู่หลายชนิด ฉันนำทั้งสองสิ่งใส่ไว้ในจานหนึ่งมุมห้อง แล้วร้องเรียกน้องเดซี่ กระต่ายขาวขนปุย ตาสีน้ำเงินเข้ม เหลือบฟ้าเมื่อสะท้อนแสง ให้ออกมาจากพุ่มดอกไม้ซักที่ในแปลง เพื่อมารับอาหารของวันนี้ เมื่อเห็นเจ้าของกลุ่มขนปุกปุยกระโดดโหยงๆเข้ามาใกล้แล้ว ฉันจึงเดินไปหยิบฝักบัวรดน้ำมาเดินรดให้ดอกไม้แต่ละดอก รวมทั้งตรวจเช็คสภาพของต้นต่างๆได้อย่างสบายใจ ก่อนจะเดินออกมาจัดการต่อในบริเวณเขตร้าน ทั้งด้านใน และ ด้านนอก
วันนี้โนเอลนำนมมาส่งไวกว่าปกติ ฉันให้กระถางเชอริลเล็กต้นหนึ่งแก่เขา ฝากดอกเชอริลมากมายที่ถูกจัดรวมเป็นช่อเล็กไปให้วาเลนไทน์ พร้อมกับฝากสุขสันต์วันเกิดเธอล่วงหน้าด้วย เมื่อโนเอลไปแล้วฉันนำขวดหนึ่งมาเทใส่ถ้วยเล็กให้น้องเดซี่ และกระดกนมอีกขวดลงคอไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นฉันก็นำหนังสือพิมพ์ช่วงเช้าในตู้รับมานั่งอ่าน รวมทั้งพาน้องเดซี่ออกมานั่งเล่นที่โต๊ะน้ำชากลางร้านเพื่อรอการมาของใครอีกคน
เขาจะมาช่วงเวลานี้เสมอ …ซึ่งความคิดฉันก็ถูกต้อง ด้วยเวลาที่ผ่านไปเพียงไม่นาน คุณชาร์ลีก็นำดอกไม้แสนสวยมากมายมาส่ง พร้อมทั้งบอกว่า วันนี้เขาจะขนมาให้ถึงสองรอบ ฉันบอกว่า ตอนมารอบสองให้เขาเอาเข้าไปไว้ข้างในได้เลย เพราะวันนี้ฉันไม่อยู่บ้าน เขายังคงพูดน้อย ถามคำตอบคำอยู่เช่นเดิม ฉันได้แต่หวังว่าซักวันหนึ่งคงจะคุยกับเขาได้มากกว่านี้นะ?
“เอ่อ… ผมให้ครับ” อยู่ๆคุณชาร์ลีก็พูดขึ้นพร้อมกับนำห่อเล็กๆใส่อะไรบางอย่าง ยื่นมาให้ฉัน
“ล่วงหน้าวันวาเลนไทน์…..หรอคะ?” ฉันถาม ส่วนเขาก็ตอบเพียง ’ครับ’ แล้วก็เงียบไปอีก
“ขอบคุณมากค่ะ…คุณชาร์ลี” ฉันยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณ แต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ฉันก็บอกให้เขารอตรงนี้ก่อน ส่วนฉันก็วิ่งเข้าไปหยิบ ‘ อะไรบางอย่าง ‘ ข้างในร้าน มันเป็นเพียงของขวัญชิ้นเล็ก ที่ก่อนหน้านี้สามวัน ฉันไปขอให้คุณออส ชายหนุ่มเจ้าของร้านขายสัตว์เลี้ยง ช่วยสอนวิธีการทำมันขึ้น …ตุ๊กตาชายหนุ่มผมหยักยิ้มใจดี ยืนเคียงข้างกับเด็กสาวตาขวาง ผมหน้าม้าตัดสั้นสีทอง ในชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่ฉันเย็บขึ้นเองกับมือ แม้ว่ามันจะไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากมายนัก แต่ฉันก็คิดว่า มันคงจะรู้สึกดีใจ หากมันได้อยู่ในมือของผู้รับ
“สุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้าค่ะ” ฉันพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับมอบของชิ้นเล็กๆเหล่านี้ให้เขา
แต่เมื่อได้รับของ อยู่ๆคุณชาร์ลีก็หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมา แล้วก็อึกๆอักๆไม่พูดไม่จา ..เขาจะชอบมันไหมนะ? ฉันรอลุ้นกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ตื่นเต้นจังๆ
“ข….ขอบคุณนะ ขอบคุณนะครับ!!” ทันใดนั้น คุณชาร์ลีก็พูดแทรกขึ้นมากลางปล้อง.. อา… ดีใจจัง ที่เขาดูชอบมัน หลังจากนั้นฉันได้คุยกับเขาต่อเพียงไม่นาน เขาก็ขอตัวไปทำธุระอย่างอื่นต่อ ฉันมองตามคุณชาร์ลีไปอย่างปลื้มใจ ก็มันน่าดีใจนี่นา ที่เค้ารู้สึกยินดีไปกับเราด้วยแบบนี้
กิจวัตรในช่วงเช้าดำเนินไปอย่างปรกติดังเช่นทุกวัน หากแต่วันนี้จะมีอะไรหลายๆอย่างที่พิเศษยิ่งไปกว่าเดิม ปกติแล้วที่ร้านดอกไม้จะหยุดทุกวันอาทิตย์ และมีวันเสาร์บ้างตามแต่กรณี หากแต่ในอาทิตย์นี้ ฉันเลือกที่จะขอหยุดในวันศุกร์ หรือก็คือวันนี้… วันที่ 13 กุมภาพันธุ์ เพื่อที่จะได้มีเวลาจัดเตรียมของต่างๆล่วงหน้า และเพื่อให้ฉันสามารถออกตะลอนทั่วเมืองได้อย่างอิสระ ไม่เป็นกังวลกับสิ่งใด
ฉันขนกระถางดอกเชอริลเล็กๆหลายต้น และดอกไม้ของคนที่สั่งให้ส่งล่วงหน้า ใส่ไว้ในตะกร้าใบใหญ่ที่ถูกติดตั้งไว้บนด้านหลังที่นั่งคนขับ ป้ายร้านถูกเปลี่ยนเป็น ‘Close’ แม้ว่าฉันจะไม่ได้ล็อคประตูร้านก็ตาม เพื่อให้คุณชาร์ลีสามารถเอาดอกไม้เข้ามาไว้ข้างในร้านได้เลยเมื่อเขาเอาดอกไม้มาส่งอีกรอบ ฉันใช้ชอล์กเขียนข้อความทิ้งไว้ที่กระดานหน้าร้านว่า หากใครอยากสั่งดอกไม้ ทิ้งรายการไว้ที่ตู้จดหมายได้เลย แล้วจะรีบไปส่งภายใน 24 ชั่วโมง อา… ยังกับเป็นฟลาวเวอร์เดลิเวอรี่แน่ะ ถึงฉันจะไม่อยู่ร้าน แต่ฉันก็ไม่ทิ้งงานนะคะ!
รถจักรยานมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง จุดหมายแรกคือโรงเรียน ฉันขับไปจอดบริเวณใกล้ๆหน้าประตู เห็นอัลมอนด์ยืนเต๊ะท่า พิงประตูโรงเรียนอยู่… ตอนนี้ก็เจ็ดโมงครึ่ง อีกยี่สิบห้านาที เข้าเรียนสินะ.. รอจับเด็กสายแหงๆ
"สวัสดีจ้ะอัลมอนด์ ขยันแต่เช้าเลยนะ" ฉันเดินเข้าไปทักอาจารย์พละประจำโรงเรียนด้วยรอยยิ้ม
"เอ้า อรุณสวัสดิ์ อามิน่า" อัลมอนด์ทักพลางโบกมือให้ฉันนิดๆ
"วันนี้เราเอาของฝากมาให้แหล่ะ! ทายสิว่าอะไร?" ฉันยิ้มกว้างจนตาหยีซ่อนเชอริลกระถางน้อยไว้ด้านหลัง
"จะรู้ไหมล่ะเธอ ฉันเดาไม่ออกหรอก แต่ถ้าเป็นสัตว์เล็กละก็ตีตายเลยน่ะ" เขามองฉันเหล่ๆ ทำหน้าไม่ไว้ใจเต็มที่ อัลมอนด์นี่เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น กลัวอะไรก็กลัวเหมือนเดิม เจอทีไรได้อยากขำทุกทีเลยสิน่า…
"ฮ่าๆๆ ไม่ใช่หรอก.....เอ หรือใช่ดีล่ะ.....?" ฉันพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ อยากแกล้งเขาขึ้นมาตงิดๆ
"ดีๆนะเธอ...." หน้าอัลมอนด์เริ่มวอกแวกไปมา ทำท่าไม่ไว้ใจฉันเต็มที่ อา.. เห็นแล้วน่าแกล้งจริงๆแหล่ะ
"แหมม... อย่าทำหน้าแบบนั้นสิอัลมอนด์ เห็นเราเป็นคนยังไงกันล่ะเนี่ย!?" ฉันหยิบกระถางเชอริลเล็กมาโชว์ด้านหน้า และยื่นมันให้คุณอาจารย์หนุ่มขี้กลัวที่นึกว่า ของสิ่งนั้นจะเป็น’อะไร’ที่เขาไม่ชอบสุดๆ
"แถ่นแท้นน!!! สุขสันต์วันวาเลนไทน์จ้ะ!"
คนตรงหน้าสะดุ้งตกใจ แต่เมื่อรู้ชัด ว่าของในมือไม่ใช่สิ่งที่คิด ก็เกิดอาการร่ายยาวใส่เลยทันที "นี่เธอ ข่าวว่า ไอ้วันแบบนั้นมันวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เรอะ? แล้วเล่นมาแจกคนอื่นๆ แต่เช้าแบบนี้ ร้านไม่ต้องเฝ้ารึไง"
"ก็ล่วงหน้าไง!! คิดเล็กคิดน้อยไปได้ ผู้ชายอะไรกันเนี่ย มิน่าล่ะถึงหาสาวไม่ได้" ฉันว่า พลางยิ้มขำๆกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า "ส่วนร้านน่ะ วันนี้ปิด เรื่องอื่นก็จัดการเรียบร้อยตั้งแต่เช้าแล้วน่า"
"เออๆ พูดเข้า ฉันมันไม่มีสาวๆ มาสนใจ แล้วมันธุระเธอเหรอไง? ยังไงก็ขอบใจละกันนะ" เขาพูดจบก็เอื้อมมือมารับกระถางดอกไม้จากฉัน แต่สายตาแอบเลิกลั่ก คงไม่พ้นเพราะกลัวเด็กจะแอบแซวนั่นแหล่ะ
"ไม่เป็นไรๆ อ้อ..." ฉันหยิบอีกสองกระถางเล็กออกมาจากจักรยานข้างๆมาให้อัลมอนด์ ก่อนจะเผลอลืมเอาให้ซะก่อน "ฝากนี่..กับนี่.. ให้พี่สาวนายด้วยนะ แล้วก็ให้สามีเธอด้วย ได้ข่าวว่ามาอยู่นี่พักใหญ่เลยใช่ไหม?"
ฟังฉันพูดจบปุ๊บ คนตรงหน้าก็หน้าซีดทันที.. อา โรคหงอพี่สาวสินะ? "เธอนี่ตามกระแสได้เร็วเหมือนกันนิ.... ขอบใจแทนสองคนละกัน ว่าแต่เธอเหอะขยันจังนะ ทำมาเยอะล่ะสิท่า …แล้วต้องไปให้ใครอีกล่ะ?"
"ก็....... ทั้งเมืองล่ะ ถ้าทำได้น่ะนะ.. แต่ว่านี่....” ฉันว่าพลางชี้เจ้ากระถางแรกที่ให้อัลมอนด์ไป”…เอามาให้นายคนแรกเลยนะ ภูมิใจไว้ซะ!" พูดจบฉันก็ตบบ่าอัลมอนด์แล้วยิ้มให้เต็มที่… ถ้าไม่นับเด็กน่ะนะ
"ฮะๆ ขอบใจมากๆ เธอก็เป็นคนแรกเหมือนกันน่ะแหล่ะ ที่ให้ดอกไม้ฉันน่ะ ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยได้ดอกไม้จากใครเลยนะ" คนตรงหน้าพูดด้วยรอยยิ้ม พลางยืนมือมาลูบหัวฉัน ปุๆ (อา.. แบบนี้เรียกว่าลูบไหมนะ?)
และถามฉันกลับว่า ทำไมไม่เอาให้ตอน วาเลนไทน์เลย
"หืมมม...น่าภูมิใจจัง...คนแรก…" ฉันกอดอกแล้วพยักหน้ารับคำชม(?)นั้น "วันวาเลนไทน์เราต้องเฝ้าร้านทั้งวันน่ะ ของตัวเองเลยเอามาให้วันนี้แทน คนมันอยากให้ด้วยตัวเองนี่นา…"
“อ้าว.. สวัสดีค่ะคุณอามิน่า” เสียงใสคุ้นเคยดังทักขึ้นข้างกาย ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น…
“สวัสดีจ้ะสกาย วันนี้มาเกือบสายเลยนะ” ฉันหันไปทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม
“อีกห้านาที …โชคดีเป็นของเธอนะสกาย” อัลมอนด์พูดแทรกเป็นเชิงข่มขู่(?)
“แล้วนี่คุณอามิน่ามาหาอาจารย์เหรอคะ?” สกายหน้าซีดไปวูบหนึ่งเมื่อฟังคำพูดของผู้เป็นอาจารย์ แต่ก็หันหน้ามาคุยกับฉันราวกับมีอะไรเกิดขึ้น
“เปล่าจ้ะ เอาของขวัญล่วงหน้าวาเลนไทน์มาให้น่ะ.. อ้อ สกายก็เอาไปด้วยเลยสิ” ไม่ต้องรอคำตอบ ฉันก็นำเชอริลอีกกระถาง ยื่นให้สกาย
“ว้าววว ขอบคุณนะคะคุณอามิน่า” สกายยิ้ม แววตาเป็นประกาย
“อ้อ เกือบลืมๆๆ นี่..” ฉันว่าพลางยื่นช่อดอกพริมโรส ที่มีแสดงถึงความร่าเริง และความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้สกาย พร้อมกับการ์ดสุขสันต์วันวาเลนไทน์ไปอีกใบ “พิเศษล่วงหน้าจากคุณแอลฟี่จ้ะ”
สกายตาโต ดูตกใจ แต่ก็ดีใจมากๆ เธอรับมันไว้ด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับบอกขอบคุณฉันอีกรอบ แต่เมื่อยกนาฬิกาขึ้นมาดู ก็สะดุ้งสุดตัวหน้าซีดไปอีกรอบ แล้วรีบบอกลาฉัน ก่อนจะวิ่งขึ้นตึกเรียนไป..
….ฉันชักสงสัยแล้วสิ ว่าอัลมอนด์ทำโทษเด็กมาสายยังไง
“แล้วนี่เธอมีอะไรอีกไหม? คงไม่มีสินะ? นี่ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อน ไว้เจอกันคราวหน้าแล้วกัน” ถามเองตอบเองเสร็จสรรพ.. แล้วจะถามทำเพื่ออ? เมื่อบอกลากันเรียบร้อย ฉันก็เดินไปขึ้นนั่งจักรยาน เตรียมตัวเดินทางไปยังเปล่าหมายต่อไปทันที.. อา คุณแอลฟี่จะกลับมารึยังนะ? นี่ก็ยังไม่ได้เวลาร้านเปิด งั้นไว้ค่อยมาตอนบ่ายๆแล้วกัน!
คิดได้ดังนั้น เป้าหมายก็ถูกเปลี่ยนจากร้านกาแฟ เป็นสถานที่อื่นทันที ฉันขับตรงไปตามทาง ผ่านมหา’ลัย ห้องสมุด และสวนสาธาณะ ช่วงเวลานี้ ถือว่ายังค่อนข้างเช้า สำหรับคนในเมือง และแถบนี้ก็มีคนส่วนน้อยที่พักอาศัยอยู่ ระหว่างที่ฉันกำลังขับจักรยานนั้นเอง ก็เห็นเรือนผมสีน้ำตาลทอสวย เด่นชัดเดินมาแต่ไกล.. นั่น ลีนี่นา ดีจังได้เจอก่อน ฉันเอาจักรยานจอดไว้ที่ริมถนน หันไปหยิบเชอริลกระถางน้อยแค่พักเดียว ลีก็เดินเลยไปซะแล้ว
"เดี๋ยวก่อนลี!!" ฉันตะโกนเรียกคนที่เดินผ่านไปแบบไม่สนใจสิ่งรอบด้าน หวังว่าเขาจะได้ยินแล้วหยุดรอนะ
"..อ้าว…….สวัสดีครับอาร์ม" ลีหันกลับมามองอย่างแปลกใจ แล้วทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม
"สวัสดีค่ะลี… แล้วก็นี่.." ฉันกล่าวทักทายกลับ แล้วยื่นกระถางเชอริลดอกน้อยให้กับลี "ล่วงหน้าค่ะ"
" เอ๋... เนื่องในโอกาสอะไรหรอครับ" ลีถาม สีหน้าดูงงๆ
"วาเลนไทน์ไงคะ ล่วงหน้าแค่วันเดียวทำลืมไปได้"
"อ้อ...เออจริงด้ว" ลีพูดพลางลูบท้ายทอยตัวเองแบบเขินๆ "แต่ผมจะเหมาะกับมันหรอเนี่ย..."
"เหมาะสิคะ ทำไมพูดแบบนั้นละ?" ฉันพูดกลั้วหัวเราะ.. ลีเลยยิ่งหลบตา หนีหน้าฉันเข้าไปใหญ่
"ผมปลูกดอกไม้ไม่เก่งหรอก กลัวทำมันตายหมด" อา.. ทำไมถึงได้คิดแบบนั้นละคะ ..แล้วก็ขอโทษนะคะ ที่ฉันเผลอหลุดขำออกมาอีกรอบ
"เชอริลดูแลไม่ยากค่ะ แค่รดน้ำวันละครั้งก็โอเคแล้วล่ะ ต่อให้เป็นลี อาร์มว่า ยังไงก็ไม่ตายหรอกค่ะ"
" เอ่ออ....แน่ใจเหรอครับ?" ลีถามย้ำเพื่อความแน่ใจ โธ่..มั่นใจในตัวเองหน่อยสิคะ!
"แน่ใจสิคะ ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยล่ะ" อ่า แย่แล้ว ฉันเผลอขำหนักกว่าเก่าอีก.. ก็เขาเล่นทำหน้าซะอย่างกับว่า.. ต่อให้เป็นต้นไม้ที่ดูแลง่ายขนาดไหน ถ้าเจอมือเขาเข้าจะไม่สามารถรอดกลับไปมีชีวิตอยู่ได้อีกน่ะสิ
"..แหม...ก็ผมไม่เคยมีคนมาให้ดอกไม้นี่น่า ฮ่าๆๆ" ลีพูดแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน
"อย่าพูดล้อเล่นสิคะ หล่อๆแบบลีเนี่ยนะ?" ฉันยักคิ้วเป็นเชิงถามเขาอย่างไม่เชื่อ
"พูดยังงี้ผมเขินนะเนี่ย… หล่อๆยังงี้แหละครับ ไร้รักมานานแล้ว"
"โห น่าเสียดายแย่เลย... อุ๊ย ขอโทษค่ะ นี่ชักสายแล้ว เผลอคุยนานไปหน่อย อาร์มไม่กวนลีละ เดี๋ยวอาร์มจะไปหาคุณเคลย์ตันต่อ คุณเขาอยู่บ้านใช่ไหมลี?" ฉันถามขึ้นเมื่อเห็นเวลาจากนาฬิกาข้อมือแล้วนึกขึ้นได้
"ครับ น่าจะยังงั้น ถ้าไม่ออกไปเถลเถลที่ไหนนะ ฮ่าๆ อ้อ…ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะครับ" ลีหนีบกระถางไว้ที่เอวแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม ฉันหวังว่าคุณจะได้เจอคนดีๆในเร็ววันนะคะ
"ไม่เป็นไรค่ะ ด้วยความยินดี" ฉันยิ้มรับแล้วโบกมือลา เดินกลับไปยังจักรยานตนเอง
"อาร์มไปก่อนนะคะ ไว้เจอกันโอกาสหน้าค่ะ!!!" แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ไป ลีก็ตะโกนเรียกฉันขึ้นมาก่อน
"เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมารับนะครับ" มารับ…? เอ.. พรุ่งนี้…
"อ้ออ... ค่ะ" คงหมายถึงปาร์ตี้วาเลนไทน์บ้านคุณเคลย์ตัน ฉันตอบรับเขาเมื่อนึกออก.. "ขอบคุณลีมากนะคะ แล้วลีมาประมาณกี่โมงคะ? อาร์มจะได้เตรียมตัวเตรียมใจทัน"
"ซัก 6 โมงละกันครับ เตรียมใจไว้ให้หนักๆเลยละ ฮ่าๆ"
"ฮะๆ ค่าา~ แล้วพรุ่งนี้เจอกันค่ะ!" ฉันยิ้มส่งท้ายแล้วเริ่มขับจักรยานออกไป ได้ยินเสียงเขาตะโกนบอกลาไล่หลังมาด้วยละ … ฉันปั่นจักรยานมาตามทางสายสั้นๆ จากนั้นก็เลี้ยวขวาเข้าตรอกเล็กๆ ผ่านบ้านสกาย และมาถึงที่หมาย …บ้านคุณเคลย์ตัน ฉันจอดจักรยานไว้แถวบริเวณหน้าบ้าน หยิบกระถางหนึ่งในตะกร้าเดินเข้าบ้านไปอย่างเคยชิน.. ก็บางที เวลาที่ฉันว่างมากๆ ฉันก็ชอบมานั่งเล่นที่นี่นี่นา คุณเคลย์ตันใจดีออก~
“สวัสดีครับองค์หญิง” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาจากบริเวณหนึ่งของบ้าน แล้ว..เจ้าตัวอยู่ไหนละ?
“อ้าว.. สวัสดีค่ะคุณเคลย์ตัน” ฉันร้องทักกลับไปเมื่อเห็นเป้าหมาย เดินไปหาคุณเคลย์ตันที่กำลังนั่งทานน้ำชาอยู่บนโต๊ะเล็กมุมหนึ่งของสวน
“รับน้ำชาหน่อยไหมครับ?..องค์หญิง” คนอายุมากกว่าพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางเชื้อเชิญฉันให้ร่วมนั่งโต๊ะด้วย อา.. ฉันอยากตอบรับมากเลยค่ะ แต่ว่า…
“ขอโทษด้วยนะคะคุณเคลย์ตัน วันนี้อาร์มต้องรีบจัดการธุระให้เสร็จน่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นนะ อาร์มร่วมด้วยอยู่แล้ว… อ่าาา แล้วก็… อย่าเรียกอาร์มว่าองค์หญิงเลยค่ะ… มันหรูไป.. ” ฉันเกาแก้มเขินๆ ก็เดี๋ยวนี้เจอกันทีไร คุณเคลย์ตันชอบเรียกฉันว่าองค์หญิงตลอดเลยนี่นา
“ฮะๆ ก็ได้ครับ ไม่เรียกก็ได้” คุณเคลย์ตันวางถ้วยชาไว้บนโต๊ะ มองฉันแล้วยิ้มน้อยๆอย่างใจดี “แล้วนี่….มาทำธุระอะไรเหรอครับ? ถึงต้องรีบขนาดนี้”
“อ๋ออ เรื่องนั้น… นี่ค่ะ!” ว่าแล้วฉันก็ยื่นกระถางดอกเชอริลให้คุณเคลย์ตันทันที “สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ”
เขารับของในมือฉันด้วยรอยยิ้มและคำขอบคุณ “เอ้อ.. อาร์มชอบทานของหวานไหมครับ?”
“นั่นละ ของโปรดอาร์มเลยค่ะ!!” อย่าให้พูดต่อเลย ไม่อย่างนั้นหน้าฉันได้ยิ้มกว้างกว่านี้แน่ ก็ถ้าพูดถึงอาหารแล้ว สำหรับฉัน ของหวานนี่ละ นำโด่งมาเป็นที่หนึ่งเลย
"ฮะๆ ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้อาร์มอย่าลืมมารับช็อกโกแลตนะครับ"
“ค่ะ!! อาร์มต้องมาแน่นอน” ยิ่งมีของหวานสุดอร่อยฝีมือคุณเคลย์ตันรออยู่ ฉันยิ่งต้องมา!!
"งั้น สัญญานะครับ" คุณเคลย์ตันยิ้มแล้วลูบหัวฉัน สายตาดูใจดี และอ่อนโยนมากจนฉันรู้สึกสบายใจ
"ค่ะ! ขอบคุณนะคะ สัญญาเลยย" ฉันยิ้มให้เขาจนตาหยี สำหรับฉันแล้วคุณเคลย์ตันถือเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ฉันให้ความเคารพ และนับถือมากๆ รองจากพ่อแม่เลยล่ะค่ะ!!
หลังจากบอกลาคุณเคลย์ตันแล้ว ฉันเดินออกมา เตรียมตัวไปยังที่หมายต่อไป…
.
.
บ้านแสนสงบที่บางครั้ง ตอนฉันมาแถวนี้ จะได้ยินเสียงเปียโน ดังลอยออกมาอย่างไม่เป็นจังหวะ แต่ก็ทำให้รู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูกในขณะที่ฟัง ที่นี่เป็นบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ใกล้ทางเดินไปยังเหมืองแร่ ที่น้อยคนนักจะได้เดินผ่านมา ฉันไม่เคยมาบ้านหลังนี้ก็จริง แต่ฉันก็รู้จักกับเขา.. ผู้เป็นเจ้าของบ้าน เราอาจจะรู้จักกันเพียงไม่นานนัก เขาอาจจะพูดน้อยไปหน่อย(?) แต่ว่าเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แค่พูดไม่เก่งเท่านั้นเอง
เมื่อมาถึงฉันลงมือเคาะประตู ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ว่าตอนนี้เขาจะอยู่บ้านรึเปล่า
"ขอโทษนะคะ คุณหมิงอยู่รึเปล่าคะ?" ฉันยืนรอเสียงตอบรับจากอีกฝั่งของประตู.. อา.. ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้ง… สงสัยคงไม่อยู่ ฉันวางกระถางไว้หน้าบ้านเลยดีไหมนะ?
แกร๊ก.. เสียงประตูเปิดออก ปรากฏร่างของหนุ่มเอเชียผมดำสนิท มองฉันเงียบๆไม่พูดอะไรออกมา
"สวัสดีค่ะ" ฉันยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ.. เกือบจะไปอยู่แล้วเชียว.. ดีนะที่เขาเดินออกมาเปิดประตูทัน แล้วเขาจะยอมทักทายฉันกลับรึเปล่านะ? ลุ้นจัง… (คราวที่แล้ว ตอนที่ฉันทักไปยังรอตั้งห้านาที กว่าเขาจะยอมตอบ)
"...สวัสดีครับ..." อา… เขาตอบฉันด้วยละ… เขาตอบฉันด้วย… ดีใจจัง~
"สุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้าค่ะ" ฉันว่าแล้วยืนกระถางเชอริลให้เขา "ขอให้มือของคุณหายไวๆนะคะ"
".....ขอบคุณครับ...." อา… เขารับไปแล้วละ… เขารับไปแล้ว… ลุ้นจังเลย เขาจะชอบรึเปล่านะ?
"อ๊ะ... เอ่อ... ขอโทษนะคะ ถ้าคำพูดไม่ค่อยเหมาะกับวาเลนไทน์เท่าไหร่.. แต่อาร์มรู้สึกว่า ถ้าได้คุยกับคุณหมิง อยากจะพูดคำนี้น่ะค่ะ แฮะๆ..." ทั้งๆที่นี่มันเนื่องในโอกาสวาเลนไทน์ ทำไมฉันถึงได้พูดแบบนั้นไปนะ.. อ่า ก็พออยู่กับคุณหมิงแล้วไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีนี่นา…
"....ไม่เป็นไรครับ ....ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะครับ...." เขาพูดแล้วก้มลงมองกระถางดอกไม้ในมือ
"...สุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้าเช่นเดียวกันนะครับ...."
"ขอบคุณค่ะ" ฉันยิ้มให้เขาจนตาหยี รู้สึกดีใจ… จริงๆแล้วแค่ฉันได้ยินคำตอบรับ ฉันก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ "ถ้าอย่างนั้น อาร์มขอตัวก่อนนะคะ อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ!" ฉันก้มหัวให้หน่อยนึง แล้วเดินกลับ
ดีใจจัง.. ในที่สุดเขาก็พูดกับฉันมากกว่าคำว่า สวัสดีครับ และ ขอบคุณครับ ซะที~ ลุ้นแทบแย่เลย
ฉันขับจักรยานย้อนกลับมาทางเก่า ไม่ได้เลี้ยวเข้าตรอกเดิม หากแต่ตรงไปทางเส้นถนน ผ่านหอพักแล้วเลี้ยวซ้าย แวะวางกระถางดอกไม้ไว้หน้าบ้านคุณทัตสึมิ พร้อมกับการ์ดสุขสันต์วันวาเลนไทน์ ฉันไม่ค่อยได้คุยกับเขาเท่าไหร่เลย รู้แต่ว่าเขาเป็นคนใช้มีดเก่งมาก(จากคำบอกเล่าของหม่ามี้) วันหลังถ้าฉันมาขอให้เขาสอน เขาจะยอมสอนไหมนะ?... แต่บางทีฉันก็รู้สึกผิดกับเขา เห็นเขาอยู่ริมน้ำทีไร ฉันชอบนึกว่าเขาจะฆ่าตัวตายทุกทีเลย.. ว่าแต่ เขาเป็นคนญี่ปุ่นนี่นา ทำไมถึงไม่ทำฮาราคีรีละ?(อา… แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นนี่นา)
เมื่อวางเสร็จ ฉันก็เดินทางไปยังศูนย์ควบคุมดูแลสัตว์ ที่คุณกลัซทำงานอยู่ต่อ คิดว่าช่วงเวลานี้ของวันเขาน่าจะอยู่ที่นี่ เอ.. แล้วตอนนี้คุณกลัซอยู่ไหนนะ? ฉันเดินวนหาเขาอยู่ในศูนย์ควบคุมดูแลสัตว์อยู่พักใหญ่ๆ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหาเขาเจอ เดินเข้าห้องโน้นที ห้องนี้เธอ ก็ไม่เจอเลยซักห้อง ไปไหนของเขากันนะ ประตูก็ไม่ได้ล็อคด้วย.. จะว่าไปแล้ว ที่ด้านหลังมีสวนเล็กๆอยู่นี่นา ลองไปดูหน่อยแล้วกัน
นึกได้ดังนั้น ฉันก็เดินแหวกต้นไม้ใบเขียวต่างๆรอบศูนย์.. อา ที่นี่ไม่มีคนทำความสะอาดเลยหรือไงนะ?
"อ้าว คุณกลัซ อยู่ที่นี่เองเหรอคะ" พอเจอตัว ฉันก็เห็นเขานั่งเล่นกับบรรดาน้องหนู(?)ทั้งหลายอยู่พอดี หน้าเขาคอนนี้มีแต่รอยยิ้มระบายเต็มไปหมด ดูเขาสนุกสนานเมื่อได้อยู่กับเจ้าตัวเล็ก ตัวใหญ่พวกนี้มากจริงๆ
“อ้ะ!! สวัสดีครับ คุณอาร์ม” เขาทักกลับ แล้วรีบลุกขึ้นมาทันทีที่เห็นฉัน
"เห็นคุณมีความสุขแบบนี้ อาร์มก็ดีใจค่ะ ..อ้อ เกือบลืมแน่ะ นี่ของขวัญล่วงหน้าค่ะ" ฉันยื่นกระถางดอกเชอริลให้คุณกลัซพร้อมรอยยิ้ม หวังว่าเขาจะดีใจนะ.. "ขอให้มีความสุขกับวาเลนไทน์นะคะ"
แล้วคุณกลัซก็ตาโตกว่าเก่า อ่า.. ทำไมต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นด้วยละคะ… เขาผงกหัว ยิ้มให้ฉัน และรับของไปอย่างยินดี ดูกระตือรือร้นเอามากๆเลยล่ะ…
“ขอบคุณมากๆเลยครับ อ้อ!….ว่าแต่ คุณอาร์มมาถึงที่นี่ มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าครับ?”
อ่า… ฉันไม่ได้ให้ของ เพื่อหวังผลตอบแทนในภายภาคหน้าหรอกนะคะ
“ไม่มีหรอกค่ะ อาร์มแค่อยากตอบแทนให้สำหรับความใจดีของคุณกลัซ ที่มีให้ทุกคนตลอดปีน่ะค่ะ คุณกลัซด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรให้อาร์มช่วยละก็ บอกได้เลย!”
“เช่นกันครับ! ถ้าผมพอจะเป็นประโยชน์กับคุณอาร์มได้ ก็บอกมาได้เลยนะครับ!”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่พอยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา… “หวาา ตายแล้ว คุณกลัซคะ! อาร์มขอตัวก่อนนะคะ แล้วก็ฝากสุขสันต์ฯกับเจ้าตัวเล็กตัวใหญ่พวกนั้นด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ!!” ฉันระล่ำระลักตอบกคุณกลัซไป แล้วรีบวิ่งออกมา ขอโทษด้วยนะคะ ที่ฉันอยู่คุยต่อนานๆไม่ได้ แค่เดินหาคุณฉันก็ใช้เวลาไปสิบกว่านาทีแล้วล่ะค่ะ อา.. ฉันจะเอาเจ้าพวกกระถางน้อยเหล่านี้ไปให้หลายๆคนทันไหมนะ
.
.
ราวๆเที่ยงวัน ฉันขับจักรยานไล่มาถึงบริเวณโรงหนัง อ๊ะ.. นั่นคุณกรนี่นา! ฉันเห็นเขากำลังเดินเข้าโรงหนังไปพอดี จึงรีบจอดจักรยานแล้วหยิบเชอริลกระถางน้อยไว้ในมือ ก่อนจะวิ่งตามเขาไปในทันที
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!!! คุณกร!!” ฉันตะโกนเรียก อา.. เขาจะได้ยินเสียงฉันไหมนะ?
“หือ?” เขาหยุดเดินและหันมาทางฉัน เฮ้อ.. เกือบไม่ทันแน่ะ ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเขา จนเมื่อถึงเป้าหมายแล้ว ก็ยื่นเชอริลกระถางน้อยในมือให้ คุณกรรับไว้ และยักคิ้วเป็นเชิงถาม
“ล่วงหน้า… สำหรับวาเลนไทน์ค่ะ!!” ฉันพูดพร้อมรอยยิ้ม คุณกรพยักหน้ารับแล้วพูดตอบกลับมา
“อืม.. สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ” เขาว่าพร้อมรอยยิ้มพลางยกมือขึ้นมายีหัวฉันเล่น
“อ๋า~~~ อย่าเล่นสิคะ!! ผมฉันยุ่งหมดแล้วค่ะคุณกร!” เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากคนตรงหน้า คุณกรหยุดมือ เปลี่ยนมาตั้งคำถามคุยกับฉันแทน “แล้วนี่… เดินส่งดอกไม้ตั้งแต่เช้าเลยเหรอ?”
“ค่ะ!” ฉันพยักหน้ารับ “ก็เดินวนรอบเมืองไปเรื่อยๆตั้งแต่ช่วงแปดเก้าโมงน่ะค่ะ”
“อือฮึ… งั้นก็ พยายามต่อไปนะ ขอให้ได้เจอครบทุกคนแล้วกัน” ไม่พูดเปล่า ยกมือขึ้นมาเล่นหัวฉันอีกรอบ
“คุณกร!!!” เขาหัวเราะร่ากับปฏิกิริยาฉัน จากนั้นก็บอกลาเดินเข้าโรงหนังไป คุณกรนะคุณกร!! เจอกันทีไร หัวฉันยุ่งทุกทีเลยสิ เฮ้ออ…ถึงแม้ว่า พออยู่ต่อหน้าฉัน คุณกรจะหัวเราะ และยิ้มแย้มก็เถอะ.. แต่ไม่รู้ทำไม ตอนที่ฉันมองแววตาเค้า มันกลับดูเศร้าอย่างที่ฉันไม่อาจเข้าใจได้เลย… แม้ฉันจะไม่รู้ว่า คุณผ่านอะไรมาบ้าง แต่ฉันขอให้คุณได้เจอคนดีๆ น่ารักๆ และสามารถดูแลคุณได้นะคะคุณกร!
จากนั้นฉันก็แวะไปที่ Brown Sucre เห็นกระดานประกาศปิดทำการหนึ่งวัน กับแจ้งเรื่องแคมเปญพิเศษในวันพรุ่งนี้…ฉันวางสองกระถางพร้อมการ์ดวันวาเลนไทน์ไว้ที่หน้าร้าน แด่เธอ และ เอเซน ฉันไม่ค่อยได้มาหาเธอเท่าไหร่นัก เพราะฉันไม่ค่อยถูกกับเหล้า… ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณชีล่า…
ขับต่อไปอีกไม่ไกล ฉันก็เห็นบ้านของคุณวิน … ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ค่อยอยากรบกวนเธอเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเธอแปลกหรืออะไรนะคะ เธอเป็นคนที่น่ารักมากๆเลยค่ะ.. แต่บางครั้ง ฉันรู้สึกไม่ค่อยเข้าใจกับคำพูดของเธอเลย… หรือว่า คนที่แปลกจะเป็นฉันเองนะ? ฉันวางสองกระถางกับการ์ดไว้ที่หน้าบ้านเธอ จำได้ว่าเธอมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง แม้ฉันจะไม่เคยคุยกับเขา แต่ฉันก็พอจำเขาได้ละ เคาะประตูเรียกสองสามทีแล้วเดินถอยออกมา.. กลับไปที่จักรยานเลย ..หวังว่า เธอคงจะไม่เอามันไปทิ้งนะ
เลี้ยวขวาไปตามตรอกฉันก็พบกับร้านน้ำชาของคุณกวิณ แวะเข้าไป เขาก็ยิ้มต้อนรับอย่างดี คุณกวิณใจดีมากๆเลยค่ะ เจอกันทีไรฉันก็เห็นเขายิ้มทุกทีเลย(ถึงจะรู้สึกแปลกๆบ้างก็เถอะ) บางครั้งฉันก็เห็นอัลมอนด์มานั่งกินเค้กที่ร้านนี้ ดูท่าทางน่าอร่อย แต่พอเห็นคุยกับคุณกวิณ บางครั้งหน้าก็ซีดไปเฉยเลย ทั้งๆที่คุณกวิณก็พูดไปยิ้มไปแท้ๆนา?(แต่เรื่องบทสนทนานี่ฉันไม่ได้ยินหรอกค่ะ) อืมม ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ รู้แต่ว่าพวกเขาดูค่อนข้างสนิทกันพอสมควรเลยล่ะ ฉันมอบกระถางเชอริลให้คุณกวิณไป เขารับและบอกขอบคุณฉันด้วยรอยยิ้มเช่นเคย นอกจากนั้น เขายังชวนฉันให้แวะทานน้ำชาด้วย.. แต่ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ไว้โอกาสหน้าฉันจะใหม่ค่ะ
ออกมาจากร้าน ก็แวะบ้านอเลสเซียที่อยู่ถัดมา เพื่อมอบกระถางดอกไม้ให้เฟดและพ่อของเธอ.. ดูเธอไม่ค่อยแฮปปี้ตอนอยู่ที่บ้านซักเท่าไหร่เลยค่ะ บางครั้งฉันก็ได้ยินเธอบ่นๆถึงคุณพ่ออยู่เหมือนกัน
อา… ชักหิวแล้วสิ เมื่อเช้าก็บริโภคไปแต่มาม่า ถ้าเที่ยงนี้ไม่มีอะไรดีๆตกถึงท้องละก็ ฉันคงไม่ตายดีแน่ๆ ปั่นจักรยานไป เอามือกุมท้องไป ฟังเสียงโครกครากในกระเพาะ… ดังชัดไม่หยุดหย่อน งั้นแวะทานอาหารที่ร้านคุณแคลร์ก่อนแล้วกัน! ถึงช่วงโปรฯจะเป็นพรุ่งนี้ แต่คุณแคลร์ใจดีออก คงลดให้มั่งละน่า~
ฉันเดินเข้าร้านไป เห็นเธอนั่งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์พอดี จึงเดินเอาเชอริลกระถางมาให้เธอ พร้อมกับทักทายเธอด้วยรอยยิ้มเช่นปกติ ที่ฉันชอบทำตอนมาฝากท้อง รอของอร่อยจากที่นี่
"สวัสดีค่ะคุณแคลร์ วันนี้อาร์มมีของฝากล่วงหน้า เนื่องในวันวาเลนไทน์ค่ะ …ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยๆตลอดปีนะคะ" ฉันว่า พลางยื่นเจ้ากระถางน้อยให้เธอ คุณแคลร์ทำหน้าปลื้มใจมากก่อนที่เธอจะรับมันไป
"แหม ขอบคุณที่อุตส่าห์แวะมานะคะ~ มามะๆๆ กินขนมก่อนๆๆๆ" เธอรับเสร็จปุ๊บ ก็พาฉันหาที่นั่งทันที ทำท่าเหมือนกับคุณแม่ที่พยายามยัดขนมให้ลูกเลยล่ะค่ะ
"อุ๊ย ขอบคุณค่ะ อาร์มชอบขนมที่คุณแคลร์ทำที่สุดเลยล่ะ~~"" ฉันปลื้มใจจัง แม้เธอจะอายุน้อยกว่าฉัน แต่ฉันชอบเผลอนับเธอเป็นพี่สาวฉันทุกทีเลย
"ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ กินเยอะๆเลย เธอน่ะผอมไปแล้วนะ!" คุณแคลร์กล่าวเป็นเชิงบ่นเหมือนคุณแม่ แล้วก็ลำเลียงอาหารมากมายมาไว้ตรงหน้าฉัน ตั้งใจขุนให้อ้วนกันเลยทีเดียว
"ว..หวาา อาร์มไม่ผอมนะคะ ตั้งแต่มาทานร้านคุณแคลร์นี่ อาร์มน้ำหนักขึ้นตั้งเยอะเลย" ฉันพูดกับคุณแคลร์เมื่ออาหารมันเริ่มเยอะเกิน ก่อนจะบ่นกับตัวเองเบาๆ "ก็ร้านคุณแคลร์อร่อยทุกอย่างเลยนี่นา..."
เมื่อทานอาหาร กับขนมเสร็จแล้ว ฉันก็เริ่มออกเดินทางต่อ คราวนี้ฉันแวะไปหาหมอเกรทที่คลินิกสัตว์ เห็นเขากำลังโพสท่าถ่ายรูปตัวเองกับกล้องในมือเลย พอเห็นฉันเขาก็ตกใจหน่อยๆ ฉันยิ้มให้เขานิดๆ พยายามกลั้นขำ มอบเชอริลให้เขา แล้วรีบออกมาเลย.. กลัวเผลอหลุดหัวเราะออกไป ได้เสียมารยาทกับคุณหมอเขาแน่ๆ จากนั้นฉันก็แวะเอาอีกกระถางหนึ่งไปวางไว้ด้านหน้าร้านกิ๊ฟช็อปพร้อมการ์ดถึงคุณแคโรลิน ฉันไม่เคยคุยกับเธอเลยค่ะ หวังว่าในซักวันเราจะได้คุยกันนะคะ
อา.. แย่ละ ดอกไม้ใกล้หมดแล้ว ระหว่างที่ฉันรีบปั่นจักรยานกลับไปเอาดอกไม้ที่บ้านมาเพิ่ม ฉันได้พบกับคาลัวร์.. คุณนักมายากล ที่ครั้งแรก ฉันแอบนึกว่าเขาเป็นผู้หญิง.. ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันเห็นเขากำลังแสดงกลอยู่ที่กลางลานกว้าง เด็กมากมายทั้งจากเมืองและต่างมองมองดูเขาอย่างตื่นตาตื่นใจ ฉันจอดจักรยานทิ้งไว้ หยิบกระถางหนึ่งไว้ในมือ แล้วเดินไปดูเขาด้วยคน.. นั่น.. เขาเริ่มใส่เศษกระดาษเข้าไปในหมวก แต่พอพลิกมันกลับด้าน แทนที่กระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยจะปลิวออกมา กลับกลายเป็นว่าไม่มีอะไรเลย.. เขาเคาะๆหมวกอยู่สองสามทีก็ไม่มีอะไรออกมา.. อ้าว กระดาษพวกนั้นหายไปไหนกันละ?
เขากลับด้านหมวกให้หันมาหงายดังเดิม และทำท่าราวกับร่ายเวทมนตร์อยู่.. ทันใดนั้น ก็มีกระต่ายตัวน้อยออกมาแทน.. ข..เขาทำได้ยังน่ะ สุดยอดเลย… แต่ดูท่า ฉันจะมาช้าไปหน่อย กลที่เขาแสดงไปเมื่อครู่ ดูจะเป็นกลสุดท้ายแล้ว เหล่าเด็กๆก็เริ่มแยกย้าย ฉันจึงเดินไปหาเขา.. และ มอบดอกไม้ให้เขา .. ดูเขาค่อนข้างตกใจทีเดียวล่ะ(ก็เล่นให้ซะเป็นกระถางเลยนี่นา..) แต่เขาก็ยิ้มรับพร้อมคำขอบคุณ วันหลังถ้าฉันได้เจอคุณแสดงกลอีก ฉันจะรีบมาดูเลยค่ะ! ขอโทษนะคะ ที่ฉันมาช้าไป เลยได้ดูแค่กลเดียวเลย ฉันเสียดายจริงๆค่ะ
เมื่อออกมาจากลานกว้าง ข้ามสะพานมาก็จะได้พบกับร้านของฉันอยู่ตรงหน้าเลย แต่ก่อนที่จะเข้าร้าน ฉันก็แวะเข้าร้านกาแฟข้างบ้านก่อน เห็นเอพริลออกมาพอดี ฉันจึงมอบเชอริลกระถางนึงจากฉัน และ ช่อดอกเปปเปอร์มินท์ ที่หมายถึงความรู้สึกอบอุ่นทางใจ พร้อมกับการ์ดจากคุณมาสเตอร์ร้านกาแฟให้เขา ดูเขาอึ้งไปนิดๆ แต่ก็ยิ้มกว้างออกมา แสดงความดีใจชัดเจน เขาคงรักและเคารพคุณแอลฟี่มากๆเลยล่ะค่ะ
ฉันแวะเข้าไปในร้านคุณแอลฟี่ ตอนนี้ก็บ่ายกว่าๆแล้ว เห็นเขาคุยอยู่กับคุณเชอเชียร์พอดี ฉันมอบเชอริลกระถางน้อยให้ทั้งคู่คนละสองกระถาง เพื่อฝากให้น้องป็อกกี้ กับน้องดาห์เลียด้วย จากนั้นฉันจึงเดินกลับร้านของตัวเอง เพื่อเพิ่มดอกไม้ลงตะกร้า เห็นดอกไม้ที่คุณชาร์ลีเอามาเพิ่มให้ในร้านด้วยพอดี จึงเอาไปจัดเก็บไว้ให้เป็นที่เป็นทางภายในร้าน
กุหลาบแดงช่อใหญ่… ฉันมองมัน ที่วางอยู่ท่ามกลางดอกไม้อื่นมากมาย แต่มันกลับเด่นชัดออกมามากที่สุด ฉันลงมือจัดมันด้วยตัวเองตั้งแต่เช้า ดอกทุกดอกฉันล้วนลงมือปลูกมันด้วยตัวเอง ฉันตั้งใจว่าจะเอาให้ ‘ เขาคนนั้น ’ ในวันนี้.. แต่ตอนนี้ฉันเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองมากขึ้น ว่าจะเอาให้เขาดีรึเปล่า…
เมื่อรู้สึกตัว มองนาฬิกาอีกทีก็ได้รู้ว่า ฉันมองมันราวครึ่งชั่วโมงได้.. แย่แล้ว ฉันต้องรีบไปส่งดอกไม้ที่เหลือให้เรียบร้อย ภายในวันนี้นี่นา ตั้งใจแล้วก็ต้องทำให้ได้สิ! ฉันรีบคว้าเจ้ากุหลาบแดงช่อนั้นใส่ลงไปในตะกร้า แล้วเดินทางไปที่อื่นต่อทันที …จะทันห้าโมงเย็นไหมนะ?
ออกจากบ้าน ตรงไปตามถนนใหญ่ของเมือง เป้าหมายคือร้านขายปลาของคุณลุงโจแฮม
ฉันมอบกระถางกล้วยไม้ให้ท่านเพื่อเป็นสิ่งแทนคำขอบคุณสำหรับช่อดอกเดลฟีเนียมสีขาวที่ท่านสั่งให้ฉันในฐานะของเจ้าเมืองและเจ้าของร้านดอกไม้ มาส่งให้ฉันในฐานะของอามิน่า เออร์เว่น และขอบคุณสำหรับความใจดี ความเอาใจใส่มากมายที่ท่านมีให้ฉันมาโดยตลอด รวมทั้งกำลังใจให้ฉันสู้กันงาน ขอบคุณจริงๆค่ะ
ระหว่างทางที่ฉันได้พบกับคุณดีอัสกำลังตรวจตราเมือง แม้เมืองนี้จะสงบ ไม่ค่อยมีเหตุร้ายอะไร แต่เขาก็ยังคงขยันขันแข็ง ทำงานตลอดเลย ฉันให้เชอริลกระถางน้อยแก่เขา แทนความช่วยเหลือที่มีให้กับเมืองมานาน ถ้าไม่มีเขา เมืองนี้ต้องไม่มีตำรวจแน่ๆเลยค่ะ!(เศร้าจัง) หน้าเขาดูแปลกใจหน่อยๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร เมื่อรับไปแล้วเขาก็ออกตรวจตราเมืองต่อ สู้ๆนะคะ!! แม้จะมีแค่กระบอกไฟฉายอันเดียวเป็นอาวุธ แต่ก็อย่าพึ่งยอมแพ้ค่ะ!
ที่ร้านจักรยาน บ้านของน้องเลนยังคงเงียบเหงาเช่นเคย เขาพึ่งย้ายเข้ามาไม่นาน จึงยังไม่ได้เข้าเรียนในเทอมนี้ ตอนนี้เลยค่อนข้างว่าง ท่าทางว่าเขาจะทำความสะอาดบ้านเสร็จแล้วเลยไม่มีอะไรทำอีก ฉันให้เชอริลกระถางน้อยแก่เขา เขาก็รับไปแบบงงๆ ขอบคุณฉันพร้อมทั้งผงกหัวน้อยๆ พรุ่งนี้เขามาทำงานพิเศษที่ร้านฉัน ด้วยเหตุผลว่า ‘อยู่บ้านไม่มีอะไรทำ เลยอยากหาอะไรอย่างอื่นทำบ้าง’ ลงท้ายฉันเลยได้คนส่งดอกไม้ในวันพรุ่งนี้ค่ะ!
ถัดจากบ้านเลน ก็เป็นบ้านไอ … ไอเป็นสาวดับเพลิง ทำงานซ่อมประปาเป็นอาชีพเสริม(แต่ฉันรู้สึกเหมือนอย่างหลังจะเป็นอาชีพหลักเลย) งานดับเพลิงของเธอ ดูจะได้ใช้ตอนที่ฉันทำเตาระเบิด เพราะทอดของไฟแรงเกินไปมากกว่า… เธอกำชับกับฉันเสมอว่า ถ้าฉันทำอาหารเมื่อไหร่ อย่าลืมเรียกเธอไปช่วยดูด้วย เดี๋ยวไฟไหม้ทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วเธอจะลำบาก ฉันกับเธอเลยสนิทกันไปโดยปริยาย ตอนแรกฉันขอให้เธอช่วยส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้ แต่เธอกลับตอบฉันเพียง ‘No, Thank you’ ฉันเลยต้องขอรบกวนน้องเลนค่อนข้างหนักเลย เมื่อฉันให้กระถางดอกเชอริลกับเธอ เธอกลับมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ อารมณ์ว่า ฉันให้ผิดคนรึเปล่า? แล้วก็หัวเราะ บอกว่าล้อเล่น… อา.. เล่นเอาฉันใจเสียไปเลยนะเนี่ย...
ออกจากบ้านไอ ตรงไปไม่ไกลนักก็ถึงคลินิกประจำเมือง เจอคุณหมออัลก่อน ฉันจึงให้เชอริลกับเขา ฉันถามคุณหมอถึงน้องฟง เขาบอกว่า น้องฟงไม่อยู่ ออกไปซื้อกาแฟ จะไปรอที่ห้องหมอก่อนไหม..? คุณหมอใจดีกับฉันมาก แต่ฉันก็เกรงใจ จึงขอบคุณเขา แล้วบอกปฏิเสธไป ระหว่างนั้น อยู่ๆน้องฟงก็เดินเข้ามาพอดี (ไม่แน่ใจว่าตอนที่เห็นน้องฟงเข้ามา เหมือนฉันจะได้ยินเสียงดัง ‘ชิ’ มาจากที่ไหนซักแห่งด้วยล่ะ) ฉันจึงได้เอาเชอริลให้น้องฟงไป พร้อมกับสุขสันต์วันวาเลนไทน์ถึงพี่เฟยด้วย พี่เฟยมาเที่ยวที่นี่นานๆครั้ง ได้ยินว่า ต้องเรียนบริหารให้จบก่อน ถึงจะอยากซิ่วไปนิเทศแค่ไหนก็ตาม… อา ขอให้พี่เฟยมีความสุขมากๆนะคะ
ตรงข้ามของถนนเล็ก เป็นที่พักของเอมิ เธอเป็นคนเก่งมากๆเลยค่ะ ฉันได้รู้จักกับเธอ เพราะเธอเป็นเพื่อนของสกาย แต่ฉันก็คุยกับเธอไม่บ่อยนัก ฉันไม่แน่ใจว่ารู้สึกไปเองไหม.. เพราะบางที ฉันเห็นเธอชอบมองมาที่ฉันด้วยละ.. อา.. หรือว่าฉันไปทำอะไรให้เธอไม่ชอบใจไว้นะ.. ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน เธอคงยังไม่กลับบ้าน ฉันวางกระถางเชอริลไว้ที่หน้าบ้านเธอ พร้อมแนบการ์ดใบเล็กๆไว้ด้วย สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ คุณเอมิ… หวังว่า เราจะได้คุยกันมากกว่านี้ และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในซักวันค่ะ
ฉันแวะเข้าร้านเบเกอร์รี่ของเบย์เป็นสถานที่ต่อไป น้องนันก็ยังไม่มาทำงาน.. อา ฉันคำนวณเวลาผิดจริงๆด้วย ฉันมอบกระถางเชอริลให้เธอไป พร้อมกับฝากอีกสองกระถางถึงน้องนัน และแม่ของเขา ฉันขอโทษเบย์ ที่ต้องรบกวน เธอบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก แถมบ่นใส่ฉันอีก ว่าฉันน่ะคิดมากเกินไปแล้ว ถ้าเหลือบ่ากว่าแรกนัก ก็หัดขอความช่วยเหลือจากคนอื่นซะบ้างเถอะ … เบย์ใจดีกับฉันตลอดเลย ฉันดีใจมากที่ได้พบเพื่อนดีๆแบบเธอ และที่สำคัญ… เธอถือเป็นหนึ่งในแหล่งอาหาร ที่ทำให้ฉันรอดมาได้ถึงทุกวันนี้! ต้องขอบคุณจริงๆนะ
ร้านสัตว์เลี้ยงอยู่ในถนนสายเล็ก ที่ตัดผ่านเข้าไป ฉันแวะเอาเชอริลไปให้กับคุณออส ฉันไม่ค่อยได้คุยกับเขาเท่าไหร่นัก เขาค่อนข้างพูดน้อย.. เมื่อเทียบกับฉัน ฉันขอบคุณเขา ที่วันนั้นฉันมารบกวนให้เขาช่วยสอนเย็บตุ๊กตา เขาบอกว่าไม่เป็นไร แล้วก็หันไปสนใจเบรด แมวของเขาที่กำลังนั่งแทะขนมปังอยู่ ..เข้าใจค่ะ ว่าพูดน้อย แต่อย่าพึ่งปิดตัวเองเข้าสู่โลกส่วนตัวสิคะ… ฉันจึงที่จะบอกลาเขาแล้วไปยังที่หมายอื่นต่อไป
เลี้ยวขวา เขาตรอกเล็กๆ เดินลัดเลาะไปตามริมแม่น้ำ ฉันก็ได้พบกับร้านของเล่น ที่พึ่งเปิดใหม่ คุณแคลร์(ชาย)ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน พึ่งย้ายมาอยู่ไม่นานนัก ตอนที่คุณแคลร์พึ่งย้ายมา ฉันได้พาเขาทัวร์เมืองด้วยละ! เมื่อฉันมาถึง ฉันเห็นเขากำลังจัดข้าวของในร้านพอดีเลย ฉันมอบเชอริลให้เขาเสร็จก็รีบออกมา เพราะไม่อยากรบกวนเขามากนัก… ขอโทษนะคะ ที่อยู่ช่วยไม่ได้ ไว้โอกาสหน้าจะพาคุณไปเลี้ยงข้าวแทนค่ะ
ออกมาจากซอย นึกได้ว่าตอนนี้คงเลิกเรียนแล้ว จึงแวะเข้าร้านตัดผมของเอมิล แล้วก็ได้เจอน้องเขาอยู่จริงๆ น้องเขายิ้มต้อนรับฉันอย่างยินดีด้วยละ อา..เด็กอะไรน่ารักชะมัด… ฉันอยู่ที่นี่ไม่นานให้เชอริลกับเขาแล้วก็บอกลาออกมาเลย ไว้มาคราวหน้ามาอีก จะมาตัดผมแน่ๆจ้ะ! ฉันเคยคิดอยากตัดผมสั้นเหมือนกันนะ ยิ่งช่วงอากาศร้อนแบบนี้ ยิ่งอยากเลย แต่ก็แอบกลัวว่ามันจะไม่เข้ากับฉันน่ะสิ…
ขับจักรยานออกนอกตัวเมือง ข้ามสะพานผ่านแม่น้ำไป ตอนนี้ก็สามโมงกว่าแล้ว คาดว่าน้องเทียคงน่าจะกลับถึงฟาร์มแล้วละ …และช่วงเวลานี้น้องเทียกับคุณลุงคงกำลังดูแลน้องวัวอยู่แหงๆ
"น้องเทียยยย!! ขอเวลาแป๊ปนึงได้ไหมจ๊ะ!!!" แล้วก็เป็นจริงดังคาด เมื่อฉันมาถึง ก็เห็นเธอให้อาหารน้องวัวอยู่จริงๆ ฉันตะโกนมาจากด้านนอกฟาร์ม เมื่อคนข้างในยินก็ละความสนใจจากน้องวัวทั้งหลาย แล้วเดินมาที่ฉัน
"อ๊ะ.. สวัสดีค่ะคุณอามิน่า" เธอหันมาตามเสียง และเดินออกมาจากฝูงน้องวัวพร้อมกับคุณลุงออตโต้
"ฮ่าๆๆ สวัสดี ท่านเจ้าเมือง" คุณลุงออตโต้ ทักทายฉันอย่างร่าเริง เสียงท่านค่อนข้างดังที่เดียว แม้ว่าจะอยู่กันใกล้ๆ แต่ท่านก็ยังพูดดัง คงเป็นเพราะ ท่านพูดแบบนี้จนติดแล้วละมั้ง?
"สวัสดีเช่นกันจ้ะ" ฉันหันไปสวัสดีน้องเทีย แล้วจึงหันไปสวัสดีกับคุณลุงออตโต้ต่อ
"วันนี้อาร์มเอาของขวัญล่วงหน้าวาเลนไทน์มาฝากจ้ะ" ฉันว่าแล้วยื่นกระถางเชอริลให้น้องเทียกับคุณลุงออตโต้คนละกระถาง "ส่วนนี่ ของคุณลุงค่ะ …ขอให้ได้พบแต่สิ่งดีๆนะคะ"
"เอ๋ ..ข..ขอบคุณมากนะคะคุณอามิน่า" น้องเทียตอนนี้ดูท่าทางตกใจ แต่ก็ดีใจมากๆ อ่า.. ปลื้มจัง
"ไม่คิดเลยค่ะว่าคุณอามิน่าจะเอาของขวัญมาให้ถึงฟาร์ม เทียดีใจมากๆเลยล่ะค่ะ ขอบคุณจริงๆนะคะ" อา… ทำไมถึงไม่คิดล่ะจ๊ะ.. น้องเทียออกจะน่ารักขนาดนี้…
"ไม่เป็นไรจ้ะ เพื่อสาวน้อยน่ารักอย่างน้องเทีย พี่มาหาได้อยู่แล้ว!" ฉันขยิบตาข้างนึงแล้วชูนิ้วโป้งให้เธอ
"อืม ดอกไม้ของหนูเจ้าเมืองนี่บาน สวยตลอดเลยนะ ขอบคุณสำหรับกระถางนี่มากล่ะ" คุณลุงออตโต้พูดหลังจากที่หมุนกระถางดูเล่นอยู่ซักพัก ขอบคุณนะคะคุณลุง อาร์มก็ดีใจค่ะที่คุณลุงชอบ
"เทียก็ขอให้คุณอามิน่าพบเจอแต่สิ่งดีๆเช่นกันค่ะ" น้องเทียตอบพร้อมรอยยิ้ม.. ทำไมเธอช่างเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆเลยนะ น่ารักจัง~ ฉันลูบหัว และขอบคุณเธอด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
"ฮ่าๆๆ ตอบแทนด้วยเสต็กเป็นไง อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันหน่อยไหมหนูเจ้าเมือง!!"
"หวาา อาร์มอยากอยู่ทานมากๆๆเลยค่ะ แต่วันนี้อาร์มต้องรีบแล้ว ไว้โอกาสหน้าอาร์มมาแน่นอนค่ะ!! เพราะสเต็กของคุณลุงเนี่ย เป็นหนึ่งในของโปรดของอาร์มเลย" ฉันว่ากับคุณลุงแล้วยิ้มกว้างอย่างดีใจ
"อาร์มขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ" ฉันรีบบอกลาทั้งคู่ เมื่อนึกได้ว่าอีกไม่นานก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว โค้งให้ลุงออตโต้ และโบกมือลาน้องเทีย.. อา.. ฉันอยากอยู่ทานสเต็กจริงๆนะคะ…
"สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ/นะคะ" คุณลุงกับน้องเทียบอกลาพร้อมกัน โบกมือข้างหนึ่ง อีกมืออุ้มกระถาง ฉันยิ้มรับพวกเขา ก่อนจะเดินไปขึ้นจักรยาน เพื่อมุ่งหน้าไปหาเขา.. เพื่อนคนที่สำคัญที่สุดของฉัน
ไฟหน้าต่างบ้านอาซยังไม่เปิด แสดงว่าอาซคงยังไม่กลับบ้าน แม้ว่าจะน่าเสียดาย ที่ไม่ได้เจอกัน แต่ฉันก็นำเชอริลกระถางน้อยไปไว้หน้าบ้านเขาแทน แนบการ์ดไปว่า ‘สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะอาซ วันนี้ก็ขอฝากท้องไปอีกปี ,อาร์ม’ เห็นการ์ดนี้แล้วอาซจะขำฉันไหมเนี่ย? ก็อาซทำอาหารอร่อยจริงๆนี่นา ยิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ฝีมือก็พัฒนาขึ้นไปอีกแน่ะ
ฉันนำเชอริลอีกกระถาง ไปวางไว้แถวๆบ้านต้นไม้ ภายในเขตตัวบ้านอาซ เดี๋ยวเลียร์ก็คงมาเห็นเองมั้ง? ฉันไม่ค่อยได้คุยกับเลียร์เท่าไหร่เลย ก็ตอนเด็กๆ ตั้งแต่เลียร์มา ฉันก็แทบไม่ได้ไปบ้านอาซ เพราะอาซจะดูยุ่งๆตลอด จนฉันชักไม่กล้ากวน แถมยิ่งตอนที่อาซไปต่างประเทศแล้ว ถือว่าน้อยครั้งมาก ที่ฉันจะไป
จักรยานแล่นไปตามทางสายเดี่ยว เพราะแถบนี้เป็นชานเมือง จึงค่อนข้างสงบ ฉันแวะเข้าโบสถ์เพื่อนำเชอริลให้คุณพ่อ ท่านยังคงยิ้มรับอย่างใจดี และอบอุ่นเช่นเคย เมื่อสมัยก่อน ฉันชอบมานั่งปิกนิกที่ทุ่งดอกเชอริลข้างโบสถ์มากๆ จนท่านจำฉันได้ดีเชียวละ
.
.
กังหันลม.. หมุนไปเรื่อยๆ ตามแรงลม ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้าให้เมืองอย่างขะมักเขม้น กลิ่นหอมอ่อนๆจากทุ่งดอกไม้ ลอยมาตามสายลมพัดพาความสดชื่นให้กับผู้ที่สัญจรไปมา.. ข้ามสะพาน ผ่านแม่น้ำสายใหญ่ ฉันหาที่จอดจักรยานไม่ไกลจากหอพัก
เขาคนนั้น คือ คนสุดท้ายที่ฉันจะมอบดอกไม้ให้ ดอกไม้ที่แตกต่างจากดอกอื่น.. ฉันหยิบเจ้ากุหลาบแดงช่อใหญ่ออกมาจากตะกร้า ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงกว่า… มาเร็วกว่าที่คิด.. หาที่ยืนทำใจอยู่แถวนั้น คิดทบทวนความรู้สึกในใจตัวเอง และตัดสินใจว่า..
จะทำอย่างไรต่อไปกับเจ้ากุหลาบแดงช่อนี้ดี?...
ก่อนหน้านี้ ฉันเคยมีความเชื่อหนึ่ง… คือ หากเรามั่นใจในสิ่งใด จงทำมันให้ถึงที่สุด แล้วอย่าคิดเสียใจภายหลัง เพราะนั่นคือสิ่งที่เราเลือกแล้ว.. เรื่องความรักก็คล้ายๆกัน หม่ามี้เคยบอกฉันว่า ‘ความรัก’ ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเจอกันได้ง่ายๆ ถ้าหากรู้ตัวแล้ว ขอให้มั่นใจ และเชื่อในตัวเอง ทำตามที่ใจเราคิด.. เพราะไม่แน่ว่า นั่นอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของเราก็ได้ อย่าชักช้า.. อย่าลังเล.. เวลามันไม่เคยรอใคร แม้ว่าอาจจะผิดหวัง แต่หากเราไม่เริ่มจากก้าวแรก ก้าวที่สองก็จะไม่มีวันตามมา คนที่ไม่รู้จักความผิดหวัง ย่อมไม่รู้จักความสำเร็จ
แน่นอน.. ว่าสำหรับฉัน คนที่ไม่รู้จักกับน้ำตา คนๆนั้นอาจจะไม่มีวันรู้ถึงความสุขที่แท้จริง…
ขอเพียงแค่เรา ‘คิด’ ที่จะเดินหน้า แล้ว ‘ทำ’ มันให้ดี ตามทางที่เราเป็น อะไรหลายๆอย่างรอบตัวเรา มันก็เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้วล่ะ ไม่มีอะไรที่หยุดนิ่งตลอดเวลาหรอก
.
.
เข็มสั้นบนนาฬิกาข้อมือ ชี้บอกเวลา 17 นาฬิกา… ตอนนี้ฉันตื่นเต้นมากๆ… นี่ก็ใกล้เวลาที่เขาคนนั้นจะพาเจ้าหนูตะเภาออกไปเดินเล่นแล้ว ..ถ้าถามฉันว่า ทำไมฉันถึงรู้เวลาได้ ฉันตอบได้อย่างจริงใจโดยไม่ปิดบังเลย ว่าไปถามคุณกลัซมา.. ฉันอาจจะไม่แน่ใจตัวเองบ้างในบางครั้ง แต่อย่างที่ฉันบอกไปว่า ‘หากไม่มีก้าวแรก ก้าวที่สองมันย่อมไม่มีวันตามมา ’ เพราะฉะนั้น นี่จึงถือว่า เป็น ‘ ก้าวแรก ’ ของฉันค่ะ!!
นั่น.. เขามาแล้ว… อา เขินจัง ทำยังไงดี ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาใกล้ๆเลย ยิ่งถ้าคุยนี่ นับครั้งได้(ว่าแทบไม่เคยแบบตรงๆ) ฉันกลัวว่า ถ้าฉันคุยกับเขา แล้วจ้องหน้าเขาตรงๆ ฉันจะอายจนไม่กล้ามองน่ะสิ
อ๊ะ.. สภาพฉันตอนนี้เป็นยังไงล่ะเนี่ย.. ฉันลืมคิดไปเลย ผมฉันต้องยุ่งแน่ๆ ถ้าเขาเห็นแล้วเขาจะหัวเราะไหมนะ? เขาจะตลกไหมนะ? ฉันดูแย่รึเปล่า? อา.. ทำยังไงดี ความมั่นใจเมื่อกี๊มันหายไปไหนหมด ได้ยินแต่เพียงเสียง ตึก.. ตึก.. ตึก.. ราวกับกลอง ดังรัวขึ้นแทนที่ในอก ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งไม่กล้าเดินเข้าไปหาเขา แค่เดินเข้าไปมอบกุหลาบแดงช่อเดียวแค่นี้ ทำไมถึงไม่มีความกล้าเลยนะ..
เจ้าสุนัขขนยาวตัวกลมนามหนูตะเภา เดินผ่านหน้าฉัน ตามด้วยเขาคนนั้น อ๋า! ตายแล้ว นี่ฉันคิดเพลินจนเขาเดินมาถึงตรงนี้แล้วเหรอ ฉ..ฉันจะทำยังไงดีนะ เริ่มไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงกับเจ้ากุหลาบแดงช่อนี้ดี โอ๊ยยย ไม่คิดแล้ว!! ในเมื่อฉันตั้งใจก้าวเดินไปตามทางของฉัน ตั้งจะให้ดอกไม้แก่เขา ตั้งใจจัดเจ้าช่อนี้ด้วยตัวเอง แถมปลูกเองซะขนาดนี้ ฉันก็ต้องลุยต่อไปสิ!! อาร์มสู้ๆ!!!
“ด..เดี๋ยวก่อนค่ะคุณเกล!!! หยุดก่อนค่ะ!!” ฉันตะโกนเรียกเขา.. แล้วเขาก็หยุดตามที่ฉันพูด เขาค่อยๆหันหน้ามามองฉัน.. อา ทำไมตอนนี้หน้าฉันมันร้อนไปหมดเลยล่ะ แล้วฉันก็ไม่กล้ามองเขาตรงๆเลย เขาจะมองว่าฉันแปลกไหมนะ ฉันจะทำยังไงก็ต่อไปดี เขาก็หยุดแล้ว.. อา… ทำไงดีๆ
“อ..เอ่อ…” ฉันค่อยๆยื่นช่อกุหลาบแดงออกไปข้างหน้า มือสั่นเป็นเจ้าเข้าทรง หยุดสั่นสิเจ้ามือบ้า!
“ช…ช่วย… เอ่ออ..ช่วยรับไว้ด้วยนะคะ!” พูดจบปุ๊บ เขายื่นมือออกมารับไว้ทันควัน.. สีหน้าเป็นยังไงฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ฉันยังไม่กล้ามองหน้าเขา… อ่า… นี่ฉันเสียมารยาทไปรึเปล่านะ? ที่ให้ของเขาแล้วไม่มองหน้าแบบนี้…
“ขอบคุณ” เสียงพึมพัมดังขึ้นมาตรงหน้า ฉันเผลอเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที อ.. อ่า นั่นเขา..เขาดูหน้าแดงๆใช่ไหม? ร..หรือว่า เขาจะโกรธฉัน?? อ๊าาา ไม่ๆๆ ถ้าฉันอยู่ที่นี่นานกว่านี้ ฉันต้องสติแตกแน่ๆ …ใช่ ฉันต้องรีบไป! ก้าวแรกเริ่มเดินแล้ว แต่ก้าวที่สองฉันยังไม่ไหว ยังไงก็ขอเตรียมใจก่อนนะคะ!!
“จ…จะทำยังไงกับมันก็ได้ค่ะ! ขอแค่รับไว้ก็พอ!! แล้วก็ๆๆ อ่าาาา สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ!!!!!” ฉันโค้งให้เขาแบบเร็วๆ ทำตัวไม่ถูก แล้วรีบวิ่งไปขึ้นจักรยานขับกลับบ้านตัวเอง ฉ..ฉันเป็นอะไรไปนะ ปกติตอนมองเขา ฉันไม่ได้ตื่นเต้นมากขนาดนี้นี่นา แถมพอไม่เห็นเขา ปกติแล้วใจฉันจะกลับมาสงบ…
แต่มาตอนนี้… แค่มองหน้าเขาฉันก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
พอได้เข้าไปคุย ก็รู้สึกราวกับชีวิตตัวเองจะสั้นลง... ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเป็น
…แม้ว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเขาแล้ว แต่ใจมันก็ยังคงเต้นรัว ไม่ยอมหยุด..
.
.
.
ดูท่าว่า.. ฉันจะลืมไป ว่าก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่ฉันมองเขา
ฉันมองจากที่ ‘ไกล’ ไม่ใช่ ‘ใกล้’ ขนาดนี้
.
.
อา… แล้วถ้ายังเป็นแบบนี้ ฉันจะกล้าคุยกับเขาได้ยังไง
ขนาดแค่มองหน้าใกล้ๆ ฉันยังตื่นเต้น จนทำไมอะไรไม่ถูก
แล้วแบบนี้ เมื่อไหร่ ‘ก้าวที่สอง’ มันจะตามมาละ?
.
..ฉันขอโทษนะคะ..
แม้ว่า ก้าวที่สอง นั้น อาจจะยังมาไม่ถึง
แต่ถ้าหากฉันสามารถรวบรวมความมั่นใจ ได้มากยิ่งไปกว่านี้
ฉันก็จะก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ยิ่งกว่าที่เคยค่ะ
.
.
.
- END -
แถมท้ายนิดนึง
แล้ววันนี้ฉันก็ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกอยากหนึ่ง
นอกจากว่าความรัก จะไม่ได้หาเจอได้ง่ายๆแล้ว
มันยังทำให้เราได้รู้จักความรู้สึกใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเจอ
ความรู้สึก ที่ยากจะบอกออกมาเป็นคำพูด
ความรู้สึก ที่ทำให้ความมั่นใจเราจมหายไป
และเป็นความรู้สึก ที่ทำให้เราได้รู้จักกับคำว่า
‘ความพยายาม’ ที่มากกว่าคำว่า ‘ความพยายาม’ ค่ะ
.
.
.
จบจริงๆแล้วจ้ะ XD~
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
อาจจะมีขาดตกใครไปบ้าง ขออภัยล่วงหน้านะคะ... orzz''
แขกรับเชิญ : (เกือบ)ทั้งเมือง
แขกร่วมโค(ฮา) : อัลมอนด์ , ลี , คุณหมิง , คุณกลัซ , คุณแคลร์ , น้องเทีย (กับลุงออตโต้)
ปล. ใครอ่านจบ แบบต่อเนื่อง... คุณถึกมากค่ะ!!!! //โดนตบคว่ำ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ XD~!(อา.. แต่งอาทิตย์นึง อ่านจบในหนึ่งวัน)
ปล๒. เปลี่ยนธีมใหม่แล้วนะคะ (พักใหญ่ๆแล้ว) ไม่เห็นอาร์มตัวโตๆจิ้ม F5 ค่ะ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ย้อนหลังนะคะ!!
ปวดหัวเลยค่ะ ฮา ซินๆจังขยันจริงๆ เขียนไปกี่หน้สเอ4 เนี่ย =w= อ่านนี่นานแล้วนะ ตอนเขียนยิ่งนานกว่าแน่ๆ ขยันจริงๆเลยค่ะ นับถือๆ อิอิ
(เห็นอาจารย์มอนด์มาจับเด็กสาย แล้วอยากเขียนตอนเอมิไปสายจริงจริ๊ง ฮา)
คุณแคลร์ให้อารมณ์คุณแม่มากค่ะ =[]=! คุยกันแล้วเหมือนแม่-ลูกประมาณนั้นเลยค่ะ
เธฮคนนั้นไม่อยู่ในลิสต์ เพราะนึกขึ้นได้ว่าลืมตอบจม.... TT TTb ไม่มีปัญหาหรอก (หัวเราะ)
สู้ต่อไปนะคะ!ความพยายามของอาร์มต้องทำให้ใครคนนั้นเห็นได้แน่ๆ><! (อารมณ์เชียร์เพื่อนสาวเลยค่ะ ฮา)
#1 By sarail on 2009-02-15 15:01