[BT] Torn - First impression

posted on 25 Apr 2009 12:36 by amina-diario  in Daily-LIFE

 

 

*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Blodwen ใครไม่รู้จิ้มเลยค่ะ

 ฟิคชิวๆสบายๆเอื่อยๆ สนองนี๊ดค่ะ orz''
 เป็นหนึ่งวันของน้องธรนะคะ

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

Daily life - First impression

 


ทะเลในตอนเช้า... คือสิ่งที่คนเชื่องช้าอย่าง พสุธร ชอบมองมากที่สุดในทุกๆวัน


อากาศไม่ร้อนจนเกินไป ด้วยเพราะนั่งอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ บนพื้นหญ้าปนทรายละเอียด เหนือทางลาดสูงขึ้นไปด้านหลังหาดทรายขาว.. ไกลจากทะเลไม่มาก และสามารถมองทะเลกว้างไกลได้อย่างชัดเจน

หลังจากตื่นนอนตอนเช้า จัดการกับภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็มักจะออกมานั่งมองทะเลจากมุมนี้เสมอ ช่วงเช้าๆแบบนี้ บริเวณท่าเรือจะมีคนน้อย มีเพียงเรือลำเล็กๆเท่านั้นที่แวะมาเทียบท่า ...ที่ที่เขาจากมา ก็คล้ายๆที่แห่งนี้เช่นกัน บ้านที่เขาเคยอยู่ก็ติดทะเลแบบนี้ ... รู้สึกคิดถึง อย่างบอกไม่ถูก


" เอ่อ......สวัสดีครับ ทำไมมานั่งคนเดียวล่ะครับ?" เสียงเด็กชายผมสั้นสีน้ำตาลออกทอง ทักทายขึ้นดังมาจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ และทิ้งตัวลงนั่งบริเวณด้านข้างของเด็กหนุ่มอีกคนที่จับจองพื้นที่ไว้ก่อนแล้ว

“....” แต่อย่าลืม.. ว่าก่อนหน้านี้พสุธรไม่ได้ใส่ใจ เมื่อรู้ตัวแล้วจึงได้แต่หันมามองเขาอย่างงงงวยเท่านั้น

"........อ๊ะ ขอโทษครับ ผม-แอนดริว อาร์เนิล- เรียก-ดิว-เฉยๆก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" คราวนี้ได้ฟังชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำทุกคำพูด... แล้วคนๆนี้จะมาแนะนำตัวกับเขาทำไมกันละ?

พยักหน้าเบาๆเป็นเชิงตอบรับผู้มาใหม่ สงสัย.. ว่าคนตรงหน้ามีอะไรกับเขารึเปล่า

"อื้อ มีอะไรหรอ?... อ๊ะ! หรือว่า หน้าเราเลอะทราย!?" รีบยกมือปัดแก้มตัวเองแบบตกใจนิดๆ

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทองได้แต่มองนิดๆแอบนึกขำอยู่ในใจ จำได้ว่า ตั้งแต่เขาเห็นคนตรงหน้ามานั่ง ยังไม่มีอะไรสัมผัสโดนใบหน้าเลย.. แล้วแบบนี้ ทรายมันจะเลอะหน้าได้ยังไงละ?

“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ?” คำถามเรียบๆ ดังออกมาจากปากชายหนุ่ม พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นราวกับดวงอาทิตย์ยามเช้าที่เห็นอยู่บ่อยๆ

"อ้อ.. อื้อ ...ตามสบายเลยนะ" ดวงหน้าขาวประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ พยักหน้าให้อีกฝ่ายก่อนจะหันไปมองวิวทะเลต่ออย่างไม่คิดสนใจคนมาใหม่

"อ่า...ชื่ออะไรครับ?" อีกฝ่ายตั้งคำถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ หันมายิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร

"หืม? เราหรอ?..." เมื่อหันซ้ายหันขวา แล้วพบว่าไม่มีใครแล้วจึงหันไปตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายมอบให้ "เรียก ธร ก็ได้"

“ครับ” แอนดริวยิ้มอีกครั้ง แล้วจึงหันไปเตรียมอุปกรณ์วาดรูป สร้างความแปลกใจให้คนอย่างพสุธรไม่น้อย เขาไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก ด้วยเพราะความที่ตนเองมีนิสัยแบบนี้ จึงยิ่งเป็นไปได้น้อยมาก ที่เขาจะได้รู้จักกับคนที่วาดรูปเหมือนๆกัน เขาเองก็ชอบวาดรูป.. และมีความฝันว่าจะได้ทำนิทานภาพ มาตั้งแต่เด็กๆ

ทำให้อดไม่ได้ ที่จะให้ความสนใจกับคนด้านข้างพอดู "นายชอบวาดรูปหรอ?..."

" อื้อ... ชอบมากเลยละ โดยเฉพาะวิวสวยริมทะเลแบบนี้" แววตาสีฟ้าสดใส มองผ่านกรอบแว่นสีแดงสด ตรงไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า มองออกไปไกล.. สุดสายตา  นั่งมองคนด้านข้างได้พักหนึ่ง จึงผินหน้าหันกลับไปมองทะเล รับลมเย็นเจือกลิ่นเกลืออ่อนๆที่ลอยมาต่อบ้าง

"เราก็ชอบทะเล... โดยเฉพาะช่วงเช้าๆแบบนี้... ทำให้รู้สึกโล่งสบายมากๆเลยล่ะ" เข่าที่นั่งชันขึ้นแต่เดิมถูกทาบทับด้วยสองแขนเล็ก และใบหน้าเนียนขาว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนเกือบดำ มองทะเลด้วยความรู้สึกสบายใจ เห็นได้ชัดถึงความชอบที่แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ท่าทางเราจะชอบอะไรเหมือนๆกันนะครับ"

เหมือน..? ...หมายถึงที่ชอบทะเลเหมือนกัน? ..ใช่รึเปล่านะ? ใช่ล่ะ ก็มีอยู่แค่เรื่องเดียวนี่นา เพราะเรื่องที่ตัวเขาเองชอบวาดรูป ก็ไม่ได้บอกออกไปซักหน่อย.. เผลอยกหัวขึ้นเอียงคอมองอากาศ นึกในใจ ทบทวนคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา เมื่อสมองน้อยๆตีความได้แล้วจึงได้หันมาตอบรับอีกฝ่ายอย่างยินดี

"อื้อ.. นั่นสิเนาะ"

 

แกร็กๆๆ......แกร็ก

มือที่ใหญ่กว่าเขาเพียงไม่มาก ตวัดเส้นดินสอไปมา จรดลงบนสมุดวาดภาพเล่มใหญ่อย่างรวดเร็ว เห็นแล้วรู้สึกแอบทึ่งกับคู่สนทนาอยู่หน่อยๆ.. เพราะตัวเขา.. กว่าจะวาดได้ซักรูปต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน วาดๆลบๆ อีกทั้งยังมีหลายครั้งที่ออกมาไม่ได้ดั่งใจ จนเขาต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่เสมอ

เสียงลากดินสอหยุดลงที่จุดหนึ่งบนกระดาษ .. ใช้เวลาเพียงไม่นาน ที่ว่างบนกระดาษขาวก็ปรากฏรูปทะเลกว้าง ทอดยาวสุดสายตา  แรเงาเข้มอ่อน ตามน้ำหนักที่กดลงไป พริบตาเดียวกับที่กระดาษแผ่นนั้นถูกฉีกออกมาจากเล่มและยื่นมาอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับรอยยิ้มของเด็กหนุ่ม..
แล้วจะยื่นภาพให้เขาทำไมละ??

"ถ้าไม่รังเกียจละก็ รับไว้ได้ไหมครับ...."

"เอ๊ะ? ให้เรา??" นิ้วเรียวเล็ก ยกขึ้นชี้หน้าตัวเองอย่างตกใจ งงและสับสนกับการกระทำของคนตรงหน้า

"ครับ" ตอบรับคำพลางแย้มรอยยิ้มออกมายิ่งกว่าเดิม

"อา..... จะดีหรอ?" …ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมถึงได้เอารูปที่สวยงามขนาดนั้นมาให้เขาด้วยละ? จริงอยู่ว่า ในใจเขานึกชื่นชมภาพตรงหน้า แต่เขาก็รู้สึกเกรงใจหากคนตรงหน้าคิดจะยกมันให้
 

dew


“ต... แต่ว่า...” เสียงเล็กอึกอัก ขมวดคิ้วน้อยๆมองคนตรงหน้า

“รับไว้เถอะครับ ถือซะว่าเป็นของขวัญแทนการพบกันก็ได้” ยืนยันความมั่นใจด้วยเสียงเย็นนิ่ง สบายๆ  

“แต่..” .. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่อยู่ดี

“นะครับ?” สีหน้าเปื้อนยิ้มย้ำอีกครั้ง ทั้งยังจับมือเล็กของคนตรงหน้ามารับกระดาษแผ่นใหญ่นี่ไปด้วย “ถ้าไม่รับ ถือว่าเป็นการทำลายน้ำใจคนให้มากๆเลยนะ?”

"..อา... ขอบคุณนะ” หัวกลมๆผงกลงเล็กน้อย แทนการขอบคุณ พลางยิ้มกว้าง และกล่าวคำพูดออกมาอย่างจริงใจ “เราจะเก็บไว้อย่างดีเลย"

เจ้าของเรือนผมน้ำตาลทองสว่างคล้ายแสงอาทิตย์ไม่พูดอะไรตอบกลับมา ได้แต่ส่งยิ้มให้เขาเพียงเท่านั้น


.


.


.

 

กลับจากทะเลได้ ก็เมื่อพระอาทิตย์เริ่มส่องแสงร้อนแรง

ร้านดอกไม้เปิดทำการได้พักใหญ่ๆ เขารีบเอารูปที่ได้มาขึ้นไปเก็บบนห้อง และวิ่งลงมาช่วยเหลือผู้เป็นพี่สาวทำงานอย่างแข็งขัน แม้เธอจะบอกว่าไม่เป็นไร เพราะร้านไม่ยุ่งมาก ให้เขาออกไปเดินเที่ยงเล่นในเมืองก็ได้ แต่เขาก็ยืนกรานที่จะช่วยอยู่ดี

เธอยังคงยิ้ม และหัวเราะให้เขาดังเช่นทุกวัน จนถึงเวลาราวๆสิบเอ็ดโมงครึ่ง หลังจากจัดเตรียมอาหารมื้อเที่ยงให้พี่สาวเสร็จแล้ว (การทำอาหาร เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่มั่นใจว่าทำได้ดี เขาจึงอาสาทำให้ทุกครั้งที่มีโอกาส) เธอก็ให้เขาจัดอาหารอีกสองสามอย่างกับข้าวเปล่าแยกไป เพื่อนำไปให้ชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนที่ทำงานอยู่ห้องสมุด กับตัวเขาเองเพื่อไปนั่งทานที่นั่น

จำได้.. ว่าเธอเคยแนะนำเพื่อนคนนี้ให้เขารู้จักมาก่อน เพียงแต่...  เขายังจำพี่ชายคนนี่ไม่ได้เลย

และไม่ใช่แค่พี่ชายคนนี้เท่านั้น ยังมีคนอื่นอีกมากมายที่เขาจำไม่เคยได้ ถ้าไม่เจอกันบ่อยจริงๆ เขาจะจำไม่ได้เลย .. นี่นับเป็นปัญหาใหญ่ ในการดำรงชีวิตของเขาทีเดียว พี่อาร์มเคยบอกเขาว่า ไม่เป็นไร ค่อยๆจำไปก็ได้ ไม่ต้องรีบ เขาเองก็จะพยายามไล่จำให้ได้เรื่อยๆ …ถึงจะใช้เวลาอยู่ซักหน่อยก็ตาม

“เอาไปให้พี่ลี ที่ห้องสมุดนะ จำพี่ลีได้ไหมจ๊ะ? คนที่หล่อๆ ใจดี น่ารักๆ ยิ้มเก่งๆน่ะจ้ะ”

บอกเล่าพร้อมทั้งพรรณนารูปพรรณสัณฐานให้ฟัง มือเล็กๆขยับขึ้นลง เป็นท่าทางต่างๆเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดมากขึ้น เขาพอจะจำพี่ชายคนนี้ได้นะ? พี่ชายใจดีร่าเริงผมสีน้ำตาล หากมีแค่ -ชื่อ- เท่านั้นที่เขายังจำไม่ได้ดี

“พอจำได้มั้ยเอ่ย?.. แล้วก็ไม่ต้องรีบกลับก็ได้จ้ะ แต่กลับดีๆนะ”

“แล้วพี่อาร์ม…?” …ถ้าเขาไป พี่สาวเค้าก็ต้องนั่งทานคนเดียวสิ?

“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่นั่งทานคนเดียวได้ เราไปเถอะ เดี๋ยวพี่ลีเค้าก็หิวจนไส้กิ่วเพราะไม่มีอาหารตกถึงท้องหรอก” คนพูดยักคิ้วให้หน่อยๆ.. เขาพอจะรู้อยู่ว่า ที่เธออยากให้เขาไป เพราะเธออยากให้เขาจำใครๆได้มากขึ้น

พยักหน้ารับ และตอบตกลง ...ไปทานข้าวเที่ยงกับพี่ลี ที่ห้องสมุด... พี่ลี... พี่ลี...  ทบทวนชื่อพี่ชายใจดีไปมาในใจ ขณะเดินออกจากร้านไปตามเส้นทาง ...เขาคิดว่า ตัวเองน่าจะจำได้แล้วนะ?

หลังจากย้ายมาเมืองนี้ได้ราวๆหนึ่งเดือน เขาก็พอจำที่ทางได้บ้าง โดยเฉพาะละแวกใกล้เคียง แต่ถ้าเป็นสถานที่ ที่เลยจากจัตุรัสไป เขายังจำได้ไม่ดีนัก และหลงอยู่บ่อยๆ

 

เดินเข้าถนน ตัดผ่านอาณาเขตโรงเรียน เล็กๆ มีอาคารอยู่ไม่มาก.. อีกไม่นานก็จะเปิดเทอม เขาจะได้เรียนที่นี่ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ หวังว่า เขาจะปรับตัวได้ดีนะ เพราะพี่อาร์มบอกว่า คนที่นี่ใจดีทั้งนั้น

น้องจ๊ะ!! เดี๋ยวก่อน! ทำของหล่นจ้ะ” เสียงใสแฝงความร่าเริงดังขึ้น พร้อมกับเสียงวิ่งตึกๆตามมา เป็นเด็กสาวอายุดูห่างจากเขาไม่มากนัก เธอมีผมสีดำสนิทตัดสั้นเข้ากับใบหน้าเล็กและดวงตาสีฟ้าอ่อนสดใส เมื่อยืนใกล้ๆ จึงได้รู้ว่า เธอสูงกว่าเขาเพียงไม่นานนัก … ว่าแต่ เขาทำอะไรหล่นระหว่างทางด้วยหรอ?

“นี่จ้ะ!” ช้อนส้อมเงาวับแต่เลอะฝุ่นอยู่หน่อยๆ ถูกยื่นมาให้จากมือเด็กสาวที่ช่วยเก็บและวิ่งตามมาคืน … อา หล่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? ทำไมเขาไม่เห็นรู้เรื่องเลยละ? … นี่ถ้าพี่สาวคนนี้ไม่ได้ช่วยเก็บมาให้ เขาคงแย่แน่ๆเลย

“ขอบคุณครับ” เขาก้มหัวให้เธอเล็กน้อยเป็นเชิงของคุณ พลางรับของมาเก็บไว้ให้เรียบร้อยกว่าเดิม

“ว่าแต่… นี่ใช่น้องธรรึเปล่าจ๊ะ?” เขาพูดตอบรับเธออย่างแปลกใจ… ทำไมพี่สาวถึงรู้จักเค้าด้วยละ?

เธอหัวเราะออกมาหน่อยๆ เมื่อเห็นเขาแสดงสีหน้างงๆออกไป “พี่ชื่อ -สกาย- จ้ะ ได้ข่าวว่าคุณอามิน่ามีน้องชายคนใหม่ เลยคิดว่า น้องธรต้องเป็นคนนี้แน่ๆเลย แล้วก็ใช่ด้วย~ ว่าแต่นี่จะไปไหนหรอ?”  

“ห้องสมุดฮะ ไปหาพี่……เอ่อ… อ้อ! พี่ลีฮะ” ใช่.. พี่ลี อา.. เดี๋ยวก็คงจำได้เอง

เด็กสาวผมดำสนิทพยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงเข้าใจ 
  

skye


“ไม่เป็นไรฮะ เดินผ่านมหา’ลัยไปแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว” ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน เขาอยากไปด้วยตนเอง ไม่อยากรบกวนใครเท่าไหร่นัก ยิ่งกับคนที่พึ่งรู้จักแล้ว ยิ่งไม่กล้ารบกวนเข้าไปใหญ่เลย

“อืม.. งั้นก็ได้จ้ะ ระวังของหล่นอีกนะ พี่ไปละ” บอกลาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับวิ่งกลับไปในทางเดิมที่มา

“ขอบคุณนะฮะ!” ตะโกนบอกไม่ดังนัก แต่ก็ดังพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยิน เธอยกมือขึ้นโบกรับน้อยๆ เป็นเชิงบอกว่า ไม่เป็นไร ……คนที่นี่ ใจดีอย่างที่พี่อาร์มบอกจริงๆด้วย ดีจัง 

ว่าแต่พี่สาวคนเมื่อกี๊ชื่ออะไรนะ?.. เขาจำไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่ลืม เขาจะลองถามพี่อาร์มดู

หันหลังกลับ ก้าวเดินต่อไปตามทางเรื่อยๆ พ้นเขตโรงเรียนไป ก็เจอกับมหาวิทยาลัยประจำเมือง ที่นี่ค่อนข้างเงียบ เพราะไม่ได้นับคาบที่เข้าเรียน ขอเพียงแค่ส่งงานครบ มาสอบตรงเวลาและผ่านไปได้เท่านั้น ยิ่งช่วงเดือนนี้ ยิ่งแล้วใหญ่ เห็นพี่อาร์มบอกว่า จะมีจัดเทศกาลละครขึ้น ทำให้หลายๆคนต้องเอาเวลาไปซ้อมการแสดง


  

ใช้เวลาเพียงไม่นาน ตึกห้องสมุดก็เริ่มเผยให้เห็นชัดเจน บริเวณทางเดินต่อไปไม่ค่อยมีใครสัญจรไปมามากนัก เพราะเป็นเพียงถนนเส้นเดี่ยวสายเล็กๆและมีต้นไม้ใหญ่ขนาบข้าง เลยไปหน่อยจะได้พบกับหนึ่งในสองของสวนสาธารณะประจำเมือง และเพราะไม่ใช่ย่านที่อยู่อาศัย ที่นี่จึงค่อนข้างเงียบสงบพอสมควร

เปิดประตูบานใหญ่เข้าไปเงียบๆ ก็ได้พบกับชั้นหนังสือมากมายรายล้อม รวมทั้งหน้าต่างบานใหญ่ เปิดกว้างให้ได้เห็นป่าไม้ด้านหลัง เขาได้เข้ามาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกเพราะพี่อาร์มเอาหนังสือมาคืน แล้วให้เขาเดินมาเป็นเพื่อน(ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้เขาเริ่มจำทางไว้) หันซ้ายขวา มองหาชายหนุ่มอารมณ์ดี เจ้าของผมสีน้ำตาลที่ไม่เข้มและอ่อนจนเกินไป แสดงให้เห็นว่า เป็นคนที่มีเชื้อชาติมาทางยุโรป

อ…เอ่อ…” อา.. พี่.. อ้อ! “พี่ลีอยู่รึเปล่าฮะ!?ในที่สุดเขาก็จำชื่อพี่ลีได้แล้ว! เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วยังหาไม่เจอ บวกกับไม่เห็นใครอื่นอยู่ในห้องสมุด.. เขาจะร้องเรียกหาผู้เป็นเจ้าของชื่อแทน

“…” ไม่มีสัญญาณตอบรับจากบุคคลที่ท่านเรียก…. อา.. พี่ลีจะอยู่ไหมนะ? เขาชักกังวลแล้วว่า ตัวเองจะทำอาหารมาเก้อ น่าเสียดายแย่เลย หากไม่มีใครช่วยทาน… เพราะพี่อาร์มบอกว่า ให้ทำมาเยอะๆ เขาก็เลยทำเยอะจริงตามที่พี่อาร์มบอก… ดูจากปริมาณข้าวและกับข้าวแล้ว แทนที่จะเรียกว่าสำหรับสองคน น่าจะเรียกว่าสามซะมากกว่า วางตะกร้าใหญ่ที่บรรจุอาหารเที่ยงไว้บนโต๊ะแล้ว ขาไม่สั้นไม่ยาว ก็ออกก้าวเดิน ผ่านช่องว่างระหว่างห้องสมุดไปเรื่อยๆ หวังว่า จะได้เจอคนที่เขาตามหาอยู่ในซักที่ คิดในแง่ดี.. พี่ลีอาจจะไม่ได้ยินเสียงเขาก็ได้…

 

โครม!!!!

โอ๊ยย!! ไอ้หนังสือบ้า หล่นมาทำไมเนี่ย!” ต่อจากเสียงโครมใหญ่ ก็ตามมาด้วยเสียงร้องดัง เขาชะงักขาตกใจ รีบหมุนตัวเปลี่ยนทิศทาง และวิ่งไปตามเสียง..
กังวลว่า อาจจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับคนที่ยังอยู่ที่นี่ก็ได้

กองหนังสือกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลนั่งพิงอยู่บริเวณชั้นหนังสือ คลำหัวตัวเองป้อยๆ ทั้งยังบ่นเบาๆเหมือนคนทำอะไรแล้วไม่ได้อย่างใจ ด้านข้างเขามีบันไดพับเก็บได้เล็กๆ สำหรับใช้ปีนขึ้นไปหยิบหนังสือบนชั้นสูงๆ ดูรูปการคร่าวๆแล้ว กระบวนความคิดช้าๆพอบอกเขาได้ว่า ขณะที่พี่ชายคนนี้กำลังปีนขึ้นไปหยิบหนังสือบนชั้น แล้วเล่มอื่นๆก็คงร่วงตามลงมาด้วย ส่งผลให้ตกมากระทบหัวเข้าอย่างจัง… ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆเลย พยักหน้าสรุปความเข้าใจให้ตัวเองพักหนึ่งแล้วพึ่งนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่ตัวเองควรทำ 


“เดี๋ยวผมช่วยนะฮะ” ร่างเล็กรีบเข้าไปช่วยเก็บหนังสือที่วางกระจายอยู่ ที่ละเล่มสองเล่ม บริเวณนั้น พาเอาชายหนุ่มที่นั่งอยู่แต่เดิมตกใจรีบลุกขึ้นมาทันที เมื่อพบเห็นผู้มาใหม่

ไม่เป็นไรครับน้องธร!” ว่าแล้วก็รีบวิ่งไปช่วยเก็บ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะช่วยตนเก็บไปเยอะมากกว่านี้ “เดี๋ยวพี่ขอเวลาเคลียร์ตรงนี้ห้านาทีนะ! น้องธรยืนอยู่ตรงนั้นก่อนก็ได้”

“แต่…” … หนังสือไม่ใช่น้อยๆ ถ้าเขาช่วยเก็บ…ก็น่าจะ…

“ให้พี่เก็บเองนะครับ…นะ? ยังไงนี่ก็เป็นหน้าที่พี่อยู่แล้ว”

พสุธรพยักหน้าให้เรียบๆ ไม่กล้าปฏิเสธคนตรงหน้า… แต่ก็รู้สึกเกรงใจที่ตนไม่ได้ช่วย

เห็นชายหนุ่มรีบควานๆหนังสือบนพื้นโดยรอบมากองรวมกันเป็นตั้งๆ เพราะหนังสือที่ตกมา มีไม่เยอะ เขาจึงใช้เวลาเก็บไม่นานนัก เพียงไม่ถึงห้านาที เขาก็เก็บใส่ชั้นเสร็จเรียบร้อย

คนเก็บหนังสือเมื่อครู่หันมายิ้มให้เขา พลางเสยผมที่ปรกหน้าตนเองให้ขึ้นไปอยู่บนหัว

“ขอบคุณที่ช่วยพี่นะ แล้วไปไงมาไงถึงได้มาอยู่นี่ได้ครับ?”

…คือ…พี่อาร์มให้เอามื้อเที่ยง… มาทานกับพี่ลีน่ะฮะ” ตอบไม่เต็มเสียงนัก รู้สึกไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่หลังจากยืนทบทวนความทรงจำดูแล้ว ก็สรุปได้ว่า ผู้ชายท่าทางใจดีคนนี้แหล่ะ น่าจะเป็นพี่ลีที่เขาเดินหา   

“เห? อาร์มฝากมาให้หรอครับ?” ยิ้มกว้างขึ้นอย่างแปลกใจ(ปนดีใจ) “ขอบคุณนะครับ นึกว่าวันนี้จะไม่มีอะไรกินซะแล้วสิ เห็นอาร์มบอกอยู่ว่าวันนี้ แต่พี่ไม่รู้ว่าจะมากี่โมงน่ะ ขอโทษที่ไม่ได้ออกไปรอต้อนรับนะครับ”

“ไม่เป็นไรฮะ แต่ผมวางของไว้บนโต๊ะด้านหน้า …อา วางได้รึเปล่าฮะ?” ว่าพลางยกนิ้วชี้ไปยังทิศทางที่ตนวางของไว้ ซึ่งลีออนพยักหน้ารับอย่างยินดี 

“วางเฉยๆน่ะได้ครับ แต่เดี๋ยวออกไปทานที่สวนข้างๆนี่ดีกว่า มีโต๊ะกับเก้าอี้พร้อมเลย”

“เอ่อ.. แล้วที่สวนพอจะมีก๊อกน้ำมั่งไหมฮะ?”

“หืม? เอ… น่าจะมีนะ แถวๆนั้นละ พี่ก็จำไม่ได้ด้วย ทำไมหรอครับ?”

“คือ… ตอนมาผมเผลอทำช้อนกับส้อมตกพื้น มันเลยเลอะฝุ่นนะฮะ ต้องล้างก่อน”

“อ้อ.. ถ้าอย่างนั้น ห้องน้ำที่นี่ก็ได้นะครับ” เสนอทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วยรอยยิ้ม คนตัวเล็กก็พยักหน้ารับอย่างเห็นดีด้วย… ทำไมเขาถึงลืมไปได้นะ ว่าที่นี่น่าจะมีห้องน้ำ

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวพี่ถืออาหารไปรอที่สวนนะครับ ส่วนเราเอาช้อนส้อมไปล้าง เสร็จแล้วก็มาเจอกัน แบบนี้ดีไหมครับ?” เมื่อเห็นเด็กหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินนำไปยังโต๊ะด้านหน้าหยิบช้อนส้อมส่งให้พสุธร ส่วนตนเองก็เดินนำออกไปก่อนทางประตูหน้า

“เอ้อ ห้องน้ำอยู่แถวบันไดนะครับ” เกือบลืมหันมาบอกทางไปแก่เด็กหนุ่ม หากแต่ก่อนที่จะได้เดินออกไป ก็โดนเรียกตัวไว้ซะก่อน ยักคิ้วขึ้นและเอ่ยคำที่มักลงท้ายประโยค เป็นเชิงถามอีกฝ่ายออกมา “ครับ?”

“เอ่อ… พี่ลีออกไปทานตอนนี้ได้หรอฮะ?”

“ได้สิครับ ตอนนี้เป็นช่วงพักกลางวันพอดีด้วย”

“ผมไม่ได้มารบกวนผิดเวลานะฮะ” ถามย้ำอีกครั้งอย่างนึกกังวล

“ไม่ผิดครับไม่ผิด” ตอบด้วยรอยยิ้มที่ระบายขึ้นเต็มใบหน้า แล้วยกตะกร้าใหญ่ขึ้นมาทางเด็กชายขี้เกรงใจ “พี่ต่างหากละครับ ที่ต้องขอบคุณสำหรับอาหาร”

ว่าจบแล้ว ก็เปิดประตูเดินออกจากห้องสมุดไป เมื่อหายเป็นกังวลแล้ว พสุธรจึงเดินไปล้างช้อนกับส้อมที่เปื้อนฝุ่นในห้องน้ำทันที… ดีที่เลอะไม่มาก ไม่อย่างนั้นคงสกปรกแย่เลย

 

เมื่อล้างเสร็จ เดินออกจากห้องสมุด ตรงมายังสวนสาธารณะแล้ว พสุธรก็ต้องพบกับปัญหาใหญ่…

แล้วโต๊ะที่พี่ลีบอกมันอยู่ตรงไหนละเนี่ย?

เข้าไปเดินวนหาอยู่สองสามรอบ กว่าจะเห็นตัวชายหนุ่มผมสีน้ำตาล กับโต๊ะที่จัดวางมื้ออาหารไว้เรียบร้อยแล้ว เสื้อที่คลุมทับเสื้อเชิ้ตอยู่แต่แรก ถูกถอดมาพาดไว้กับเก้าอี้ไม้ตัวยาว แขนเสื้อเชิ้ตก็ถูกแกะกระดุมออกและพับขึ้นไป เพื่อความสะดวกในการรับประทานอาหาร

“ขอโทษนะฮะที่มาช้า” …ไม่น่าเดินหลงเลย ทำให้พี่ลีต้องเสียเวลารอเขาอีก

“ไม่เป็นไรๆ มานั่งเถอะครับ” ว่าพลางเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้นั่งลง “ว่าแต่นี่ใครทำเอ่ย?”

“อ..เอ่อ… ผมทำเองฮะ” กล่าวเขินๆ “แต่ไม่แน่ใจ.. ว่าจะถูกปากพี่ลีรึเปล่า”

ลีออนมองคนทำตาโตอย่างแปลกใจนิดๆ นึกไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะทำอาหารเป็นด้วย ต่างจากพี่สาวที่เป็นแค่ตอนอยู่บนเขียง กับการจัดเตรียม ลงมือทำเมื่อไหร่ อาหารที่ออกมามักจะกลายเป็นวัตถุปริศนาสีดำแทบทั้งนั้น “ต้องถูกปากสิครับ อาหารน่าทานขนาดนี้… แค่.. พี่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรบ้างเท่านั้นเอง”

“อ้อ.. นี่อาหารไทยน่ะฮะ  พี่ลีอาจจะยังไม่เคยทานก็ได้”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ นึกไปถึงมื้ออาหารเที่ยงจากสาวสวยประจำเมืองที่เคยทำมาให้เขาทาน จนตอนนี้เขาก็ยังนึกขอบคุณอยู่เลย เพราะอาหารที่เธอทำให้คราวก่อน มันอร่อยมากจริงๆ 

“มี.. แกงเขียวหวานไก่ ยำปลาดุกฟู แล้วก็หอยลายผัดพริกเผาฮะ” ว่าพลางชี้ไล่ไปตามกับข้าวแต่ละอย่าง “ผมทำมาไม่เผ็ดมาก แต่ไม่รู้ว่าพี่ลีจะทานได้รึเปล่านะฮะ”

“ทานได้อยู่แล้วครับ เดี๋ยวจะช่วยกวาดให้เรียบเลย” เอ่ยด้วยรอยยิ้ม เริ่มตักกับข้าวแต่ละจานมาลองชิม

“อา… ถ้าเกิดไม่ชอบ บอกได้นะฮะ แล้วไว้คราวหน้าผมจะทำมาให้ใหม่”

หืม.. อร่อยออกนี่?” คนประเดิมค่อยๆตักแต่ละอย่างเข้าปากเรื่อยๆแบบไม่เกรงใจ ตัวคนทำเองก็หลุดยิ้มออกมาขณะเริ่มทานบ้าง “พี่ว่าอร่อยหมดเลยนะ รสชาติแปลกบ้างนิดนึง เพราะไม่เคยทาน แต่พี่ก็ชอบนะ”

ยิ่งอีกฝ่ายเอ่ยออกมาแบบนี้ คนทำก็ยิ่งภูมิใจจนชักจะเขินๆ แม้ตอนแรกจะเกร็งๆ กลัวว่าคนทานอาจจะไม่ชอบแต่เมื่อเห็นตักทานได้เรื่อยๆแบบนี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาแทบจะทันที

 


ช้อนส้อมของชายหนุ่มถูกรวบไว้ด้วยกัน วางอยู่เหนือจาน กับข้าวบนโต๊ะพร่องไปเกือบหมด แม้แต่ข้าวก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ มื้ออาหารแม้จะดำเนินไปอย่างเงียบๆ คุยกันบ้างไม่กี่ประโยค แต่กลับชวนให้รู้สึกสบายใจ

“อ..อา พี่ลีกลับก่อนก็ได้นะฮะ” เพราะคนตัวเล็ก ยังเหลือข้าวในจานเยอะ ผิดกับคนตัวสูง ที่ไม่มีแม้แต่เศษข้าวเหลือติดจาน ทำให้รู้สึกเกรงใจขึ้นมา หากทำให้อีกฝ่ายต้องเสียเวลารอเขา

 

 leon

ลีออนยิ้ม นั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะ มองฝ่ายตรงข้ามที่นั่งขมวดคิ้วกังวลใจ ไม่กล้าทานต่อ “พี่อยากนั่งพักเฉยๆดูบ้างน่ะ พอเราทานเสร็จ พี่ก็จะได้ช่วยเก็บด้วยไง”

“แต่ว่า…” ถึงยังไง เค้าก็ไม่ให้อีกฝ่ายรอ ถ้าพี่ลีรอเขา ต้องเสียเวลามากแน่ๆ

“เอ้า! เร็วเข้า ถ้าไม่อยากให้พี่รอนาน น้องธรก็รีบๆทานสิครับ” แม้คนตัวเล็กจะอึกอัก กังวลอยู่บ้างแต่ก็พยายามรีบกวาดอาหารในจานตนให้เร็วที่สุด คนมองก็มองต่อไปด้วยรอยยิ้มประดับเต็มหน้าเช่นเคย

เมื่อพสุธรทานเสร็จ(ถึงจะรีบแต่ก็ยังคงใช้เวลามากเช่นเคย) การเก็บจานชามก็เริ่มต้น จานชามวางซ้อนกันและถูกนำวางลงตะกร้า มีที่วางเหลือมากขึ้น เพราะอาหารที่ขนมาก่อนหน้านี้ ถูกย้ายที่ไปอยู่ในกระเพาะคนทั้งคู่หมดแล้ว อาหารถูกกวาดเรียบจริงดังที่คนตัวสูงว่า แม้คนตัวเล็กจะจัดการพวกกับข้าวไม่หมด แต่อีกคนก็ช่วยจัดการซะไม่เหลือ การขนตะกร้าขากลับจึงเบากว่าตอนขามามาก

“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อยนะครับ” ลีออนว่าพลางเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กตัวน้อยแปะๆ เบาๆอย่างนึกเอ็นดู แถมรู้สึกอยากหาอะไรมาขอบคุณเสียด้วยซ้ำ “อร่อยขนาดนี้ เล่นเอาพี่อิ่มตื้อเลย”

“ไม่เป็นไรฮะ… แต่ก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พี่ลีเสียเวลา…”

“หืม? ฮะๆ ไม่เป็นไรๆ แล้วก็…… เอ่อ…ถ้าไม่ว่าอะไร วันหลังทำมาให้พี่อีกได้ไหมครับ?” ร่างสูงเอ่ยเขินๆ เขารู้สึกติดใจฝีมือคนข้างๆไม่น้อย จนอยากลองทานอาหารไทยหลายๆอย่างดูอีก

“ได้สิฮะ ” พสุธรยิ้มยินดี

“แล้วก็… วันหลังเรามาทานกับพี่อีกนะ?” ขออีกอย่าง หวังว่าคนถูกขอคงไม่ว่าอะไร

“ครับ” โดยไม่เสียเวลาคิด คนถูกขอก็พยักหน้าหนักๆที่หนึ่งตอบรับ แถมดูน่ารักในสายตาคนมอง จนอีกฝ่ายเผลอตัวคว้ามากอดเข้าให้ เข้าใจเลยว่าทำไมอาร์มถึงชอบบอกว่าน้องชายเธอนั้นช่างน่ารักน่ากอด ถ้าไม่ได้ลองคุยด้วยซักครั้งสองครั้ง เขาคงไม่มีทางเข้าใจแน่ๆ

“อ..อา? พี่ลีฮะ??” ถึงแม้จะตกใจอยู่หน่อยๆกับปฏิกิริยาฝ่ายตรงข้าม หากก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด… คิดว่าการกอดคงเป็นธรรมเนียมของคนที่นี่ เพราะลูกค้าผู้หญิงของพี่อาร์มหลายคน ชอบมาขอเค้ากอดเสมอ

“พี่เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมอาร์มถึงหวงเรานัก” ปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระแล้ว เขาก็ยืนกอดอกพยักหน้าเข้าใจให้ตัวเองเบาๆ พลางมองคนตัวเล็กไปด้วย

“เห??” พสุธรเอียงคอมอง คิ้วเล็กขมวดจนกลายเป็นปมเล็กๆ ถึงอีกฝ่ายจะเข้าใจ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเข้าใจอยู่ดี …แล้วเขาควรจะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายเข้าใจรึเปล่านะ?

“แล้วนี่น้องธรจะรีบกลับไหมครับ?” นึกบางอย่างได้ ก็หยุดถามอีกฝ่ายก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

“ไม่รีบฮะ พี่อาร์มบอกว่า กลับตอนเย็นก็ได้ แต่จาน…”

“อ่อ… ถ้าอย่างนั้นให้พี่ไปส่งดีกว่า” ไม่รอคำตอบ คว้ามือคนตัวเล็กเดินนำลิ่วไปทันที แถมกว่าคนหัวช้าอย่างพสุธรจะรู้สึกตัว ก็ปาไปใกล้ถึงประตูหน้ามหาวิทยาลัย

“พ..พี่ลี ผมกลับเองได้ฮะ!!” ร้องเรียกอย่างตกใจ แม้ตัวจะถูกจูงตามไปไกลแล้วก็ตาม

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ถึงแล้วครับ” พูดสบายๆเดินนำต่อไป เมื่อเห็นว่าคนอารมณ์ดีไม่ปล่อยแล้ว คนขี้เกรงใจจึงเดินตามต่อไปโดยไม่พูดอะไรอีก… ถึงจะเกรงใจแค่ไหนแต่ถ้าหากเขามัวแต่พูดห้าม พี่ลีก็ยิ่งกลับช้าน่ะสิ


.


.

 

ยินดีต้อนรับค่า… อ้าว กลับมาแล้วหรอ?” เสียงสดใสเอ่ยต้อนรับ แต่เมื่อเห็นผู้มาเยือนก็รีบเดินมารับตะกร้าไปทันที “พี่นึกว่าจะกลับมาช้ากว่านี้ซะอีก.. อา ขอบคุณลีด้วยนะคะ ที่พาน้องธรมาส่ง” 

“ไม่เป็นไรครับ” ยิ้มรับอย่างสุภาพ พร้อมกับเอ่ยลาและหันไปขยิบตาให้เด็กหนุ่ม “ถ้ายังไง ขอตัวกลับไปทำงานต่อนะครับ ..อ้อ ขอบคุณอีกครั้งนะน้องธร” 

“ด้วยความยินดีฮะ” ผงกหัวรับหน่อยๆให้ฝ่ายตรงข้าม เมื่อลีออนเดินลับออกจากประตูไปแล้ว คำถามจากคนที่เหลืออยู่ก็ดังขึ้นข้างกาย

“สนุกไหมจ๊ะ?” อามิน่าเอ่ยยิ้มๆให้น้องชายตัวน้อย “กับข้าวก็หมดซะด้วย”

“สนุกฮะ พี่ลีช่วยทานตั้งเยอะ ไม่งั้นเหลือแน่ๆเลย”

“จ้ะ… น้องธรสนุกก็ดีแล้ว” ตอบรับพลางลูบหัวคนตรงหน้าเบาๆ “แบบนี้ก็จำพี่ลีได้แล้วใช่ม้า~”

“ฮะ!” ตอนนี้เขาจำพี่ชายคนนี้ได้ดี …ก็พี่ชายคนนี้ใจดีกับเขามากๆเลยนี่นา…

“ผมขอตัวไปล้างจานก่อนนะฮะ” รับตะกร้าจากพี่สาวแล้ว ก็รีบเดินเข้าครัวไปล้างจาน

 

ดีใจที่ในที่สุดก็จำพี่ลีได้แล้ว …แต่ เขาลืมถามอะไรพี่อาร์มต่อรึเปล่านะ?

นึกยังไงก็นึกไม่ออก.. ไว้นึกออกค่อยถามแล้วกันเนาะ~


.


.


.


จบจ้ะ

 

Talk กับเรื่องนี้ Daily life ชิวๆ ฉบับน้องธร


/ตบบ่าสกายผู้ถูกลืมแปะๆ… อา นอกจากสกายแล้ว ธรจะจำชื่อดิวได้ไหมนะ?(ไม่ได้แหงๆ orz) เป็นฟิคที่แต่งเรื่อยๆ ชิวๆ แต่งสนุกจริงๆค่ะ 55 ตอบแทนไอซ์ด้วย ขอบคุณหลายๆสำหรับความช่วยเหลือ รีเควสมาอิฮั้นจัดห้ายยยย~~ (แถมให้ด้วยนะแก ทั้งกอด ทั้งจับมือ ทั้งจำได้เลยละ) เป็นฟิคแรกที่มีภาพประกอบเป็นชิ้นเป็นอัน(?) ก็ Frist impression ของน้องธร น่าจะเป็นภาพละมั้ง? เพราะจำคนด้วยภาพเลยจำชื่อที่เป็นตัวหนังสือไม่ได้น่ะสิ orz’’’ แล้วคนอื่น จะไล่วาดเรื่อยๆ(ละมั้ง?)นะคะ(ฮา)

ขอบคุณที่ติดตามค่า

ยู่ : ทำไมมุมดิวมันคุ้นๆอะมี้?
ซิน : รูปนั้นไงลูก พอดีไม่รุ้จะวาดมุมไหนดีน่ะ /ตบบ่าแปะๆ ยู่วิ่งมาตบดับอนาถ
(แต่เพราะรูปนั้นเป็นต้นแบบ ดิวเลยดูเมะขึ้นไงละ!! Orz’’’ ในสายตาน้องธรก็แบบนี้แหล่ะ /ส่ายหน้า)

จริงสิ พูดถึงรูป..
ดิว - วาดแบบชิ้วชิว แรกสุดกะลงแค่เงา ไปๆมาๆ ลงสีผิวไปแล้วก็เอ้า! ไฮไลท์เหลืองหน่อยแล้วกัน
สกาย - …ลงหัวดำไปแล้ว…อาอา ลงยังไงต่อดี เอาแบบนี้ละกัน /เติมเงาตัดจบ เติ้นวิ่งมาเตะ 
ลีออน - อา ลงเท่าไหร่ก็ไม่โดนใจซักที เสี้ยนใจ อยากลองลงสีผมทับเส้นดู ออกมา….. อา กู้ด TwTb!

ภาพจึงออกมาไม่เสถียรเช่นนี้แล (โถ คนเรา orz’’’) 

ขอบคุณแขกรับเชิญ

     

Andrew Arnold – ขอบคุณที่มานั่งโคกันนะจ๊ะ ดิวน่ารักชะมัดด
Skye Blandford - โอ ตัวประกอบ… นี่ล่ะ สาวน้อยธรรมดา /โดนสกายคิกรอบสอง
Leon Lockwood - ลื้อออกมาที่หลัง ไหงเด่นเกินหน้าน่ะห๊ะ (!?)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Talk ต่อถึงเรื่อง Rain

อาอา ขออภัยค่ะ ตอนนั้นจะโดนพี่ยึดคอมกลับ ยังไม่ได้พิมพ์อะไรทิ้งไว้ แล้วต้องรีบส่งคืนพี่ … คาดว่า มีหลายคนไม่เข้าใจ ทำไมอาร์มร้องไห้ งงละสิๆๆๆ ฮั่นแน่ /คนอ่านวิ่งมาตื้บ อาร์มร้องไห้ หลักๆไม่ได้เป็นเพราะเกลนะคะ(อ้าว?) เกลเป็นตัวจุดฉนวนค่ะ ขออภัยด้วยที่ตัดจบเร็วไป.. (ตอนแรกไม่ได้กะจบแบบนี้นะ T__T มาเปลี่ยนแพลนเอาก่อนลงวันนึง แต่ถ้าจบแบบเก่ามันก็ โดนพี่อีฟดักตบแหงมๆ orz.. แถมสั้นกว่าเดิม ดูตัดจบยิ่งกว่าเดิมแหงงง)

ตอนเด็กๆ อาร์มแทบจะเรียกได้ว่า โรคกลัวฟ้าผ่าเลยค่ะ แบบ กลัวมากกก(เพราะฟ้าผ่าที ทำเอาเธอตกใจแทบช็อค บางทีถึงขึ้นสลบเลยล่ะ) โตขึ้นมาก็กลัวน้อยลงนะ? แต่ถ้าอยู่กับที่ที่ได้ยินเสียงฟ้าผ่านานๆ จะอ่อนแอ(?) เปราะบาง(?)มาก ถ้าช่วงเวลานั้นมีอะไรมากระเทือนใจนิดหน่อย ต่อมน้ำตาเธอจะแตกทันที(ปกติไม่ได้ร้องง่ายนะ…เอ่อ มั้ง? แล้วแต่เหตุการณ์) ยิ่งอาร์มเป็นพวกค่อนข้างคิดมาก ถ้ารู้สึกว่าตัวเองทำผิดอะไรด้วยละ คิดนานๆ แล้วไม่ได้ถามออกไป มันก็จะเก็บๆๆๆไว้ แล้วปล่อยออกมาทีเดียวน่ะสิ…
(ถ้าไม่คิดอะไรมาก คงถามกันตรงๆ แต่ถ้าคิดมากคิดไปไกล จะไม่ค่อยกล้าถามค่ะ) ถ้าให้ลองนึกภาพอาร์มตอนกลัวฟ้าผ่า คงหน้าแบบ หวาดๆ เหงื่อแตกพลั่กๆประมาณนั้นน่ะค่ะ แต่ต่อให้ไม่มีอะไรมากระเทือน ถ้าอยู่กับฟ้าผ่านานมากๆๆก็ร้องไห้อยู่ดีแหล่ะ คนมันกลัวนี่นา.. แต่อาจไม่ถึงขั้นสลบแบบตอนเด็กมั้ง..? อันนี้ไม่รู้ค่ะ เพราะไม่ได้สลบนานแล้ว เนื่องจากฝนตกทีไร จะเข้าไปหลบในห้องซุกผ้าห่ม ข่มตาหลับทันที (ไม่ก็หูฟังอันใหญ่ๆครอบหูไว้ ก็ช่วยได้นะ!)

หลังจากตอนนี้ คงไม่ได้เห็นอะไรเศร้าๆอีกนานเลย (ฮา) ต่อมชิวทำงาน ต่อมเครียดหดหาย แล้วผ่านเรื่องนี้ไป อาร์มคงชิวขึ้นเยอะ ได้ร้องไห้ปล่อยอารมณ์ไปแล้ว จากนี้คงเต็มที่กับหลายๆอย่างละ! อาร์มสู้ๆ!! 555 เกลจะเครียดขึ้นไหมเนี่ย?? โอ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเอาพาราไปฝาก(ฮา)

ปล.แอบคิดว่าแต่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (เหมือนมีอะไรบางอย่าง อาอา orz)
แต่ไว้โอกาสหน้าขอแก้ตัวค่ะ! /มุ่งมั่น

 

ขอบคุณแขกรับเชิญตอนที่แล้ว

หนูตะเภา(?)
Gael MacEmer (ไว้โอกาสหน้า จะวาดรูปละ! /มุ่งมั่น )

 

  

ขอบคุณที่อ่านจนจบอีกครั้งค่ะ ,,>_<,,
/ส่งจูบ อรั๊ยย~~ เลิฟยู่วว
/โดนคนอ่านปัดทิ้ง…อุ……..

 

ปล. ใครว่างเกิน 5 ชั่วโมง อยากเล่น OC มาเล่นกันม่ะ! (อา.. โถๆๆ)
ปล2. แท้งกิ้วแหนวไอ๊ มาโต้รุ่งด้วยกันอีกนะ /โดนรุมตื้บ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เหมือนลีหลอกเด็ก ชัวร์ ฟันธง = =b
ยิ้มอุฮิมากเลยลีเอ๊ย

ทั้งฟิคทั้งรูปของซินซินให้ความรู้สึกอบอุ่นมากๆ เลยล่ะ น่ารักจัง surprised smile

#1 By Cyanic on 2009-04-25 14:06

ก่อนอื่นต้องขอบคุณ >3< กร๊ากก เควสไรไปได้ทุกอย่างเลย จุจุ๊บๆๆซินจัง

ที่สำคัญคือได้กอดด้วย!! โอ้วพระเจ้า!! ความรู้สึกต้องแบบนุ่มๆฟูๆซินะ ฮ่าๆๆๆๆๆ *โดนตบ

และเพื่อใครมาอ่านเม้นท์!! ลีไม่ได้หวังจะเต๊าะเด็กนะทุ้กคนนนน!!
น้องธรออกจะน่ารักออกปานนั้น ใส่ซื่อบริสุทธิ์ คิกคุ น่ารัก ใครจะไปล่อลวงได้ลงคอ!!

อ่านฟิคซินแล้วรู้สึกลียิ้มบ่อยดีจัง อาอาอา orz *ทรุดทรุดไร้สาเหตุ

ปล. โอซีสนุกหวะ แล้วเล่นกันอีกนะ >_<

#2 By lovecook on 2009-04-25 14:37

ลี! เต๊าะ! เด็ก!
(ฟังดูเหมือนชื่อเกาหลี)

อาอาอา ดิวน่ารักมากเลยอ่ะ นี่สินะกิ๊กน้องธร ดีๆๆๆ

สกายสวยมาก ซินซินเส้นอย่างคมเลยอ่ะ สวยงาม และสกายธรรมดา *ผัวะ โดนต่อย

ลีออนอย่างที่กล่าวไปข้างบน ฮ่าๆ แต่ยิ้มบ่อย ดีจริงๆ ตายตาหลับ ฮาๆๆๆ

น้องธรน่าเต๊าะมากค่ะ

#3 By buffy on 2009-04-25 16:52

คะ.. คุณลีเต๊าะเด็ก ! น้องธรก็น่ารักเสียจริง ! >w<
เหมือนคู่พี่ชายน้องชายที่น่ารักมากๆเลย (หรือจะเป็นบราค่อน)*โดนยิง*

ดิวๆ น่ารักมาก ! เห็นเจ๊จังวาดแล้วนึกว่าเป็นอิมเมจคุณพี่ใหญ่ใส่แว่นใจดี ประมาณ คุณพี่โมเอะ แฮ่ๆ ~~
คุณสกายวิ้งมาก ! เห็นภาพเกสต์ที่ติดกัน 3 คนแล้วนึกว่าหน้าปกนิยาย 2 หนุ่ม กับ 1 สาว แฮ่ๆ น้องธรก็น่ารัก เอื่อยๆ ฮะๆ แต่อ่านแล้วก็แฮปปี้ๆ ดีจัง ! *นั่งลุ้นให้น้องธรจำชื่อทุกคนได้*

โซนทอล์ค *จับมืออาร์ม* ;_; ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ ถ้าเจอฟ้าผ่าอีกก็จับน้องธรมากอดให้แน่นๆเลยนะครับ ! ^^

#4 By quinto on 2009-04-25 18:53

ลี...เธอยังไม่เนียนพอ... ชาวเมืองรู้กันหมดแล้วนะเนี่ยว่านายแอบกินเด็ก....

โถๆๆๆ /โดนเสียบท้องทะลุถึงหัวใจ

แก้ตัวไปก็ไม่มีใครฟัง เพราะแอคชั่นมันฟ้องงง (เอคโค่)

#5 By ป้าซาบ on 2009-04-27 04:41

เข้ามายืนยันอีกเสียงว่าลีเต๊าะเด็ก 555+
รอยยิ้มนั่นมันโปรยเสน่ห์ชัดๆ! (ลี:ไม่ใช่ว๊อยยย)

อา...แอบเห็นหน้าดิวซ้อนกับคุณพ่อบ้าน(เซบาสเตียน)ด้วยล่ะ..อาอา ทำไมนะ OTL

สกายวิ้งมาก ธรรมดามาก!(555+) ขอบคุณนะจ๊ะ /กอด
หวังว่าน้องธรจะจำชื่อได้ซะทีนะ ฮ่า

น้องธรน่าร๊ากกกกก
อิจฉาลีที่ได้กอดน้อง

#6 By Skye Blandford on 2009-04-29 18:29

*0*

ภาพสวยมากเลยคะ!!!

อร๊ายๆ >_<~

#7 By Love~l3erry on 2009-05-06 00:26